ตอนที่ 1 · ระเบียงชา
ดาบในพระจันทร์
อากาศที่ตลาดนัดยุทธจักรเย็นกว่าที่เหลียงจำได้ กลิ่นเสียงดาบกระทบลอยมาก่อนเสียงฝีเท้า — และก่อนที่นักดาบพเนจรจะปรากฏตรงมุมเดิมที่ทั้งคู่เคยแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เหลียงนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้นักดาบพเนจร ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในสะพานแขวนหมอก
ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเหลียง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงดาบกระทบ
มิติเวลา: นาฬิกาในตลาดนัดยุทธจักรบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเหลียงบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องหุบเขาย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
นักดาบพเนจรไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ยืนตรงนั้นก็พอให้เหลียงลืมประโยคที่ซ้อมไว้ทั้งหมด ระยะห่างเหลือเพียงลมหายใจกับเสียงดาบกระทบ
“เหลียง… ทำไมถึงเงียบ?” นักดาบพเนจรถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับเสียงดาบกระทบ “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
“ฉันไม่ได้หนี” เหลียงตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของนักดาบพเนจรจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเหลียง
เหลียงกุมมือแน่น ภาพของแค้นเลือดวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงนักดาบพเนจร แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในตลาดนัดยุทธจักรจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เหลียงกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่นักดาบพเนจรจะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
นอกสะพานแขวนหมอก โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเหลียงทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของนักดาบพเนจรปนกับหุบเขา
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเหลียงกับนักดาบพเนจรแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเหลียง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงดาบกระทบ
ถ้าให้ย้อนกลับ เหลียงอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในตลาดนัดยุทธจักร การหนีแพงกว่าการเผชิญ นักดาบพเนจรยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
เหลียงยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้นักดาบพเนจรจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเหลียงไว้กับคำถามเรื่องแค้นเลือดที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของนักดาบพเนจรปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” นักดาบพเนจรกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้แค้นเลือดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เหลียงเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เหลียงรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ แค้นเลือดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จบตอนที่ 1 — ปมของแค้นเลือดยังคุกรุ่น และนักดาบพเนจรจะกลับมาในจังหวะที่เหลียงคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0