ตอนที่ 4 · กระจกคม
คำสุดท้ายที่อุโมงค์รถไฟร้าง
สายลมผ่านช่องหน้าต่างพัดชายผ้าม่านให้สะบัด ปริมมองตามแล้วคิดถึงวันที่ทั้งคู่เคยยืนตรงจุดนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
ฝนเพิ่งหยุดที่บ้านร้างชานเมือง แอ่งน้ำสะท้อนไฟถนน ปริมยืนนิ่งจนรองเท้าเปียก ก่อนจะเห็นเงาของเพื่อนสมัยเด็กข้ามมาจากอีกฟาก
เก้าอี้ว่างข้างเพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน ปริมเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นกลิ่นชื้นชัดขึ้น
หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — แสงที่บ้านร้างชานเมืองทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กชัดเกินไป
มิติสถานที่: บ้านร้างชานเมืองไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง — ทุกมุมมีร่องรอยที่เพื่อนสมัยเด็กเคยยืน และปริมรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปจุดเดิมโดยไม่ขออนุญาต
“ปริม… ทำไมถึงเงียบ?” เพื่อนสมัยเด็กถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับกลิ่นชื้น “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
สายตาแรกชนกันในบ้านร้างชานเมือง ทำให้ปริมรู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” ปริมพยายามยิ้ม “ในบ้านร้างชานเมืองนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
กลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดติดอยู่ในความทรงจำของปริม แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
“ถ้าฉันขอเวลา…” เพื่อนสมัยเด็กกลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
ในอกของปริมมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากบ้านร้างชานเมือง อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งเพื่อนสมัยเด็กไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าชื่อที่ถูกลบ
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับปริม คืนนี้ชัดเจนว่าเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้มาแบบสุ่ม — ชื่อที่ถูกลบดึงทั้งคู่มาเจอกัน
“งั้นนั่งก่อน” เพื่อนสมัยเด็กชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — แสงที่บ้านร้างชานเมืองทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กชัดเกินไป
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งปริมและเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าชื่อที่ถูกลบทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม ปริมก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่บ้านร้างชานเมือง แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ ปริมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กมองไปทางหน้าต่างของบ้านร้างชานเมือง ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในบ้านร้างชานเมืองเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ปริมกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
จบตอนที่ 4 — คำสุดท้ายที่อุโมงค์รถไฟร้าง ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0