ตอนที่ 9 · กระจกคม
แผนสำรองของเจ้าของบ้านเก่า
เข็มนาฬิกาขยับอีกครั้ง ปริมรู้ว่าถ้ารออีกนาน ความกล้าจะหายไป และชื่อที่ถูกลบจะชนะโดยไม่ต้องทำอะไร
ประตูบ้านร้างชานเมืองเปิดออกก่อนที่ปริมจะพร้อม เพื่อนสมัยเด็กยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าชื่อที่ถูกลบเสียอีก
เก้าอี้ว่างข้างเพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน ปริมเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นกลิ่นชื้นชัดขึ้น
หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — แสงที่บ้านร้างชานเมืองทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กชัดเกินไป
มิติร่างกาย: มือของปริมสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในบ้านร้างชานเมือง ระยะห่างกับเพื่อนสมัยเด็กเหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” เพื่อนสมัยเด็กพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักปริมออกไปจริงๆ
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กกว้างขึ้นทีละนิ้ว
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” เพื่อนสมัยเด็กก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้ชื่อที่ถูกลบตัดสินแทนเรา”
กลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดติดอยู่ในความทรงจำของปริม แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
“แล้วชื่อที่ถูกลบล่ะ?” ปริมถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
ในอกของปริมมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากบ้านร้างชานเมือง อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งเพื่อนสมัยเด็กไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าชื่อที่ถูกลบ
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับปริม คืนนี้ชัดเจนว่าเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้มาแบบสุ่ม — ชื่อที่ถูกลบดึงทั้งคู่มาเจอกัน
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” เพื่อนสมัยเด็กตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — แสงที่บ้านร้างชานเมืองทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กชัดเกินไป
ปริมยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เพื่อนสมัยเด็กจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ในบ้านร้างชานเมือง แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน ปริมและเพื่อนสมัยเด็กยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เพื่อนสมัยเด็กขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนปริมได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกบ้านร้างชานเมือง ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในบ้านร้างชานเมือง เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับปริมกับเพื่อนสมัยเด็ก
จบตอนที่ 9 — แผนสำรองของเจ้าของบ้านเก่า ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าปริมจะกล้าเลือกเพื่อนสมัยเด็กหรือยังคงหนีจากชื่อที่ถูกลบ
ความคิดเห็น
0