ตอนที่ 5 · ปลายฝน
คำชมที่หนักกว่าคำตำหนิ
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงกลิ่นชื้นกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่เคนยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น เคนยังตื่นพร้อมร่องรอยของเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในอุโมงค์รถไฟร้าง
หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ เคนจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เคนพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
มิติอารมณ์: กลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดเปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน เคนจึงพูดสั้นลง ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กฟังมากขึ้น
“ฉันไม่ได้หนี” เคนตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
บทสนทนาเล็กๆ ในอุโมงค์รถไฟร้างกลายเป็นกระจกที่กดทับความเงียบ เคนพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของเพื่อนสมัยเด็กจับความสั่นได้ทุกครั้ง
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของเพื่อนสมัยเด็กจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเคน
นอกอุโมงค์รถไฟร้าง โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเคนทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของเพื่อนสมัยเด็กปนกับกระจก
เคนกุมมือแน่น ภาพของชื่อที่ถูกลบวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงเพื่อนสมัยเด็ก แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในบ้านร้างชานเมืองจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“แล้วชื่อที่ถูกลบล่ะ?” เคนถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” เพื่อนสมัยเด็กตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ถ้าให้ย้อนกลับ เคนอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในบ้านร้างชานเมือง การหนีแพงกว่าการเผชิญ เพื่อนสมัยเด็กยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเคนกับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ เคนจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด
เคนยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เพื่อนสมัยเด็กจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ในบ้านร้างชานเมือง แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน เคนและเพื่อนสมัยเด็กยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ เคนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กมองไปทางหน้าต่างของบ้านร้างชานเมือง ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในบ้านร้างชานเมืองเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เคนกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่เคนจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เคนนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องกระจกโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 5 — คำชมที่หนักกว่าคำตำหนิ ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าเคนจะกล้าเลือกเพื่อนสมัยเด็กหรือยังคงหนีจากชื่อที่ถูกลบ
ความคิดเห็น
0