ตอนที่ 10 · ปากกาเงียบ
คำชมที่หนักกว่าคำตำหนิ
เช้าวันรุ่งขึ้น เอลยังตื่นพร้อมร่องรอยของแสงมานาบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในวิหารหินโบราณ
มิติความขัดแย้ง: ประตูที่ห้ามเปิดไม่ได้อยู่แค่ภายนอก มันแทรกในทุกการตัดสินใจเล็กๆ ของเอล แม้กระทั่งการยื่นแก้วน้ำให้ผู้พิทักษ์
ในกระเป๋าเสื้อมีโน้ตสั้นๆ ที่ผู้พิทักษ์ยัดไว้เมื่อกี้อ่านแล้วอ่านอีก คำไม่กี่คำแต่หนักกว่าคำอธิบายยาวๆ
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของผู้พิทักษ์ทาบยาวบนพื้น เอลจำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่เมืองลอยฟ้าอีก
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เอลพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
คำชมเล็กน้อยจากผู้พิทักษ์หนักกว่าคำตำหนิ เอลไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เอลพยายามยิ้ม “ในเมืองลอยฟ้านี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงมานา
เอลกุมมือแน่น ภาพของประตูที่ห้ามเปิดวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงผู้พิทักษ์ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในเมืองลอยฟ้าจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
นอกวิหารหินโบราณ โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเอลทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของผู้พิทักษ์ปนกับราชินี
“ถ้าฉันขอเวลา…” ผู้พิทักษ์กลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
ถ้าให้ย้อนกลับ เอลอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในเมืองลอยฟ้า การหนีแพงกว่าการเผชิญ ผู้พิทักษ์ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้พิทักษ์จะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเอลและผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าประตูที่ห้ามเปิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงมานา
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม เอลก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เอลนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องราชินีโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
เอลเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ผู้พิทักษ์พยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” ผู้พิทักษ์ถามเสียงเบา เอลตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ผู้พิทักษ์กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้ประตูที่ห้ามเปิดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เอลเงยหน้าขึ้นช้าๆ
จบตอนที่ 10 — คำชมที่หนักกว่าคำตำหนิ ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0