ตอนที่ 13 · ปากกาเงียบ
เมื่อราชินีเริ่มมีราคา
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงแสงมานากับจังหวะเท้าของใครบางคนที่เอลยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
ข่าวของประตูที่ห้ามเปิดเดินทางเร็วกว่าคำอธิบาย เอลนั่งนิ่งในเมืองลอยฟ้า มือกุมแก้วไว้แน่นขณะที่ผู้พิทักษ์ยืนรออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงมานา
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” ผู้พิทักษ์พูด แต่สายตาไม่ได้ผลักเอลออกไปจริงๆ
มิติสถานที่: เมืองลอยฟ้าไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง — ทุกมุมมีร่องรอยที่ผู้พิทักษ์เคยยืน และเอลรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปจุดเดิมโดยไม่ขออนุญาต
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” ผู้พิทักษ์ก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้ประตูที่ห้ามเปิดตัดสินแทนเรา”
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์กว้างขึ้นทีละนิ้ว
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของผู้พิทักษ์จางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเอล
นอกเมืองลอยฟ้า โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเอลทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของผู้พิทักษ์ปนกับมิติเงา
เอลกุมมือแน่น ภาพของประตูที่ห้ามเปิดวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงผู้พิทักษ์ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในเมืองลอยฟ้าจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เอลกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้พิทักษ์จะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
ถ้าให้ย้อนกลับ เอลอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในเมืองลอยฟ้า การหนีแพงกว่าการเผชิญ ผู้พิทักษ์ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงมานา
เอลยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้ผู้พิทักษ์จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเอลไว้กับคำถามเรื่องประตูที่ห้ามเปิดที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของผู้พิทักษ์ปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ผู้พิทักษ์กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้ประตูที่ห้ามเปิดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เอลเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เอลรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ประตูที่ห้ามเปิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเอลได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกเมืองลอยฟ้า ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในเมืองลอยฟ้า เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเอลกับผู้พิทักษ์
กลิ่นแสงมานายังไม่จาง เอลสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากเมืองลอยฟ้าตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้ประตูที่ห้ามเปิดจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 13 — ปมของประตูที่ห้ามเปิดยังคุกรุ่น และผู้พิทักษ์จะกลับมาในจังหวะที่เอลคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0