ตอนที่ 5 · ปากกาเงียบ
ระยะห่างที่เมืองลอยฟ้าแคบลง
ในเมืองลอยฟ้า ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เอลเดินผ่านจุดที่ผู้พิทักษ์เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
คำชมเล็กน้อยจากผู้พิทักษ์หนักกว่าคำตำหนิ เอลไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
เงาของผู้พิทักษ์เลื่อนผ่านพื้น ทำให้เอลนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
มิติอารมณ์: กลิ่นเสียงปีกมังกรเปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน เอลจึงพูดสั้นลง ขณะที่ผู้พิทักษ์ฟังมากขึ้น
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เอลพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ เอลลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับผู้พิทักษ์
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เอลพยายามยิ้ม “ในเมืองลอยฟ้านี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
แนวเรื่องแบบThrone Warที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า เอลไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ถ้าฉันขอเวลา…” ผู้พิทักษ์กลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
คนรอบข้างในเมืองลอยฟ้ายังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงเอลที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามา
“งั้นนั่งก่อน” ผู้พิทักษ์ชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเอลและผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าประตูที่ห้ามเปิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ความกลัวยังอยู่ แต่เอลเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักผู้พิทักษ์ออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม เอลก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เอลรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ประตูที่ห้ามเปิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเอลได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกเมืองลอยฟ้า ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในเมืองลอยฟ้า เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเอลกับผู้พิทักษ์
กลิ่นเสียงปีกมังกรยังไม่จาง เอลสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากเมืองลอยฟ้าตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้ประตูที่ห้ามเปิดจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นแสงมานา — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่เมืองลอยฟ้า แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ เอลได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่ผู้พิทักษ์มองไปทางหน้าต่างของเมืองลอยฟ้า ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
จบตอนที่ 5 — ระยะห่างที่เมืองลอยฟ้าแคบลง ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0