ตอนที่ 1 · กระจกคม
แผนเดิมของเอลใช้ไม่ได้แล้ว
ฝนเพิ่งหยุดที่ท่าเรือมิติ แอ่งน้ำสะท้อนไฟถนน เอลยืนนิ่งจนรองเท้าเปียก ก่อนจะเห็นเงาของผู้พิทักษ์ข้ามมาจากอีกฟาก
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เอลนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้ผู้พิทักษ์ ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในท่าเรือมิติ
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — แสงที่ท่าเรือมิติทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ชัดเกินไป
มิติเวลา: นาฬิกาในเมืองลอยฟ้าบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเอลบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องหมอกย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
สายตาแรกชนกันในท่าเรือมิติ ทำให้เอลรู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
“เอล… ทำไมถึงเงียบ?” ผู้พิทักษ์ถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับกลิ่นโอโซน “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เอลพยายามยิ้ม “ในเมืองลอยฟ้านี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
สายลมผ่านช่องหน้าต่างพัดชายผ้าม่านให้สะบัด เอลมองตามแล้วคิดถึงวันที่ทั้งคู่เคยยืนตรงจุดนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
ในอกของเอลมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากเมืองลอยฟ้า อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งผู้พิทักษ์ไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าคำสาปที่เลือกคนผิด
“ถ้าฉันขอเวลา…” ผู้พิทักษ์กลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
“งั้นนั่งก่อน” ผู้พิทักษ์ชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
กลิ่นกลิ่นโอโซนติดอยู่ในความทรงจำของเอล แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — แสงที่ท่าเรือมิติทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ชัดเกินไป
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับเอล คืนนี้ชัดเจนว่าผู้พิทักษ์ไม่ได้มาแบบสุ่ม — คำสาปที่เลือกคนผิดดึงทั้งคู่มาเจอกัน
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเอลและผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำสาปที่เลือกคนผิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม เอลก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นกลิ่นโอโซน — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่ท่าเรือมิติ แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ เอลได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่ผู้พิทักษ์มองไปทางหน้าต่างของเมืองลอยฟ้า ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในเมืองลอยฟ้าเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เอลกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่เอลจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เอลนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องหมอกโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 1 — แผนเดิมของเอลใช้ไม่ได้แล้ว ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0