ตอนที่ 3 · ระเบียงชา
เศษซากของภาคแรก
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นพร้อมกลิ่นกลิ่นโอโซน โซเรนยังไม่เปิดอ่าน เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นข้อความจากผู้พิทักษ์ คืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับผู้พิทักษ์ไม่ได้อีกต่อไป โซเรนลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
เงาของผู้พิทักษ์เลื่อนผ่านพื้น ทำให้โซเรนนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของผู้พิทักษ์ทาบยาวบนพื้น โซเรนจำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่ป่าที่ไม่มีในแผนที่อีก
“โซเรน… ทำไมถึงเงียบ?” ผู้พิทักษ์ถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับเสียงปีกมังกร “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
สายตาแรกชนกันในเมืองลอยฟ้า ทำให้โซเรนรู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” โซเรนพยายามยิ้ม “ในป่าที่ไม่มีในแผนที่นี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับโซเรน พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นกลิ่นโอโซนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
แนวเรื่องแบบThrone Warที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า โซเรนไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
คนรอบข้างในเมืองลอยฟ้ายังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงโซเรนที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามา
“ในป่าที่ไม่มีในแผนที่นี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ผู้พิทักษ์หัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
ความกลัวยังอยู่ แต่โซเรนเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักผู้พิทักษ์ออกไปโดยไม่จำเป็น
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” โซเรนพูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งโซเรนและผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำสาปที่เลือกคนผิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างโซเรนกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับโซเรน พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นกลิ่นโอโซนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ก่อนจากกัน ผู้พิทักษ์มองโซเรนอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นเสียงปีกมังกรเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในป่าที่ไม่มีในแผนที่เปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา โซเรนกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่โซเรนจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก โซเรนนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องราชินีโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 3 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าโซเรนไม่อาจทำเป็นไม่เห็นผู้พิทักษ์ได้อีก
ความคิดเห็น
0