ตอนที่ 12 · แสงท่าเรือ
แผนสำรองของเจ้าสำนัก
ประตูตลาดนัดยุทธจักรเปิดออกก่อนที่เมิ่งจะพร้อม นักดาบพเนจรยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าแค้นเลือดเสียอีก
มิติอารมณ์: กลิ่นหมอกเช้าเปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน เมิ่งจึงพูดสั้นลง ขณะที่นักดาบพเนจรฟังมากขึ้น
เข็มนาฬิกาขยับอีกครั้ง เมิ่งรู้ว่าถ้ารออีกนาน ความกล้าจะหายไป และแค้นเลือดจะชนะโดยไม่ต้องทำอะไร
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของนักดาบพเนจรทาบยาวบนพื้น เมิ่งจำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่ตลาดนัดยุทธจักรอีก
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” นักดาบพเนจรพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักเมิ่งออกไปจริงๆ
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างเมิ่งกับนักดาบพเนจรกว้างขึ้นทีละนิ้ว
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” นักดาบพเนจรก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้แค้นเลือดตัดสินแทนเรา”
ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเมิ่ง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — แสงที่ตลาดนัดยุทธจักรทำให้ใบหน้าของนักดาบพเนจรชัดเกินไป
ในอกของเมิ่งมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากตลาดนัดยุทธจักร อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งนักดาบพเนจรไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าแค้นเลือด
กลิ่นหมอกเช้าติดอยู่ในความทรงจำของเมิ่ง แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เมิ่งกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับเมิ่ง คืนนี้ชัดเจนว่านักดาบพเนจรไม่ได้มาแบบสุ่ม — แค้นเลือดดึงทั้งคู่มาเจอกัน
“งั้นนั่งก่อน” นักดาบพเนจรชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
เมิ่งยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้นักดาบพเนจรจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเมิ่งกับนักดาบพเนจรแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเมิ่ง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — แสงที่ตลาดนัดยุทธจักรทำให้ใบหน้าของนักดาบพเนจรชัดเกินไป
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเมิ่งไว้กับคำถามเรื่องแค้นเลือดที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของนักดาบพเนจรปนอยู่ด้วยตลอด
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่เมิ่งจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เมิ่งนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องลมดาบโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
เมิ่งเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” นักดาบพเนจรพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” นักดาบพเนจรถามเสียงเบา เมิ่งตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” นักดาบพเนจรกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้แค้นเลือดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เมิ่งเงยหน้าขึ้นช้าๆ
จบตอนที่ 12 — ปมของแค้นเลือดยังคุกรุ่น และนักดาบพเนจรจะกลับมาในจังหวะที่เมิ่งคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0