ตอนที่ 13 · แสงท่าเรือ
คืนที่เมิ่งเกือบสารภาพ
ประตูสะพานแขวนหมอกเปิดออกก่อนที่เมิ่งจะพร้อม นักดาบพเนจรยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าแค้นเลือดเสียอีก
แค้นเลือดไม่ได้ตะโกน มันแค่ทำให้ทั้งคู่พูดสั้นลง หายใจถี่ขึ้น และมองกันแบบคนที่กลัวจะเสียของสำคัญ
ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเมิ่ง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นกลิ่นดินป่าดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
เงาของนักดาบพเนจรเลื่อนผ่านพื้น ทำให้เมิ่งนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
มิติร่างกาย: มือของเมิ่งสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในตลาดนัดยุทธจักร ระยะห่างกับนักดาบพเนจรเหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” นักดาบพเนจรพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักเมิ่งออกไปจริงๆ
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ เมิ่งลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับนักดาบพเนจร
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” นักดาบพเนจรก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้แค้นเลือดตัดสินแทนเรา”
แนวเรื่องแบบWandering Bladeที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า เมิ่งไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ในตลาดนัดยุทธจักรนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” นักดาบพเนจรหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
คนรอบข้างในสะพานแขวนหมอกยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงเมิ่งที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่นักดาบพเนจรขยับเข้ามา
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” นักดาบพเนจรตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเมิ่งและนักดาบพเนจรไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าแค้นเลือดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ความกลัวยังอยู่ แต่เมิ่งเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักนักดาบพเนจรออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเมิ่งกับนักดาบพเนจรแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเมิ่ง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นกลิ่นดินป่าดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ก่อนจากกัน นักดาบพเนจรมองเมิ่งอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นดินป่าเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในตลาดนัดยุทธจักรเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของนักดาบพเนจรดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เมิ่งกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่เมิ่งจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เมิ่งนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องสำนักโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
เมิ่งเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” นักดาบพเนจรพยักโดยไม่รีบตอบ
จบตอนที่ 13 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าเมิ่งไม่อาจทำเป็นไม่เห็นนักดาบพเนจรได้อีก
ความคิดเห็น
0