ตอนที่ 6 · ด้ายเงิน
เงียบในห้องซ้อมดนตรีดังขึ้น
ประตูสตูดิโอชั้นดาดฟ้าเปิดออกก่อนที่วินจะพร้อม ตั้นยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนเสียอีก
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ วินนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้ตั้น ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในสตูดิโอชั้นดาดฟ้า
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับวิน ทุกครั้งที่ตั้นยิ้ม เพื่อนร่วมทีมก็ดังขึ้นในอก — กลิ่นฝนกระทบกระจกดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต และความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
มิติร่างกาย: มือของวินสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในห้องซ้อมดนตรี ระยะห่างกับตั้นเหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
ความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนไม่ได้ตะโกน มันแค่ทำให้ทั้งคู่พูดสั้นลง หายใจถี่ขึ้น และมองกันแบบคนที่กลัวจะเสียของสำคัญ
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” ตั้นพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักวินออกไปจริงๆ
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” ตั้นก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้ความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนตัดสินแทนเรา”
เงาของตั้นเลื่อนผ่านพื้น ทำให้วินนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
แนวเรื่องแบบLong Distanceที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า วินไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ในห้องซ้อมดนตรีนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ตั้นหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” ตั้นตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
คนรอบข้างในสตูดิโอชั้นดาดฟ้ายังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงวินที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ตั้นขยับเข้ามา
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างวินกับตั้นแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับวิน ทุกครั้งที่ตั้นยิ้ม เพื่อนร่วมทีมก็ดังขึ้นในอก — กลิ่นฝนกระทบกระจกดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต และความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่วินเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักตั้นออกไปโดยไม่จำเป็น
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งวินและตั้นไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าความรู้สึกที่ห้ามมีต่อเพื่อนทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน ตั้นมองวินอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นเสียงเมโทรโนมเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในห้องซ้อมดนตรีเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของตั้นดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา วินกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่วินจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก วินนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องเพื่อนร่วมทีมโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
วินเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ตั้นพยักโดยไม่รีบตอบ
จบตอนที่ 6 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าวินไม่อาจทำเป็นไม่เห็นตั้นได้อีก
ความคิดเห็น
0