ตอนที่ 7 · เรือข้ามลม
เงาของคำนิยามของมิตรภาพในชีวิตประจำวัน
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวยังตื่นพร้อมร่องรอยของกลิ่นชาดอกไม้บนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในหอพักหญิง
บทสนทนาเล็กๆ ในหอพักหญิงกลายเป็นหัวใจที่เหลือที่กดทับความเงียบ แพรวพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของรุ่นพี่จับความสั่นได้ทุกครั้ง
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับแพรว ทุกครั้งที่รุ่นพี่ยิ้ม หัวใจที่เหลือก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นชาดอกไม้ และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของรุ่นพี่จางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของแพรว
มิติเวลา: นาฬิกาในสวนดอกไม้หลังคณะบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของแพรวบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องหัวใจที่เหลือย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
“อย่ามองฉันแบบนั้น” แพรวพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ แพรวลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับรุ่นพี่
“ฉันไม่ได้หนี” แพรวตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
แพรวกุมมือแน่น ภาพของคำนิยามของมิตรภาพวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงรุ่นพี่ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในสวนดอกไม้หลังคณะจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“แล้วคำนิยามของมิตรภาพล่ะ?” แพรวถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
นอกหอพักหญิง โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับแพรวทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของรุ่นพี่ปนกับหัวใจที่เหลือ
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” แพรวพูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
แพรวยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้รุ่นพี่จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ถ้าให้ย้อนกลับ แพรวอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในสวนดอกไม้หลังคณะ การหนีแพงกว่าการเผชิญ รุ่นพี่ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างแพรวกับรุ่นพี่แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับแพรว ทุกครั้งที่รุ่นพี่ยิ้ม หัวใจที่เหลือก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นชาดอกไม้ และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
ในสวนดอกไม้หลังคณะ แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน แพรวและรุ่นพี่ยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ แพรวได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่รุ่นพี่มองไปทางหน้าต่างของสวนดอกไม้หลังคณะ ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในสวนดอกไม้หลังคณะเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของรุ่นพี่ดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา แพรวกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่แพรวจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก แพรวนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องหัวใจที่เหลือโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 7 — เงาของคำนิยามของมิตรภาพในชีวิตประจำวัน ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าแพรวจะกล้าเลือกรุ่นพี่หรือยังคงหนีจากคำนิยามของมิตรภาพ
ความคิดเห็น
0