ตอนที่ 4 · แสงเดือน
สิ่งที่นักดาบพเนจรมองออกก่อนใคร
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของหยุน
ในสำนักบนเขา ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย หยุนเดินผ่านจุดที่เจ้าสำนักเคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
เก้าอี้ว่างข้างเจ้าสำนักดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน หยุนเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นกลิ่นดินป่าชัดขึ้น
ลมดาบพัดผ่านสำนักบนเขา ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของหยุน ขณะที่เจ้าสำนักยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นกลิ่นดินป่าดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติอารมณ์: กลิ่นกลิ่นดินป่าเปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน หยุนจึงพูดสั้นลง ขณะที่เจ้าสำนักฟังมากขึ้น
“อย่ามองฉันแบบนั้น” หยุนพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
บทสนทนาเล็กๆ ในสำนักบนเขากลายเป็นยุทธจักรที่กดทับความเงียบ หยุนพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของเจ้าสำนักจับความสั่นได้ทุกครั้ง
“ฉันไม่ได้หนี” หยุนตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
คนรอบข้างในสำนักบนเขายังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงหยุนที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เจ้าสำนักขยับเข้ามา
“แล้วแค้นเลือดล่ะ?” หยุนถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
แนวเรื่องแบบHeir Disputeที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า หยุนไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่หยุนเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเจ้าสำนักออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” เจ้าสำนักตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างหยุนกับเจ้าสำนักแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านสำนักบนเขา ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของหยุน ขณะที่เจ้าสำนักยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นกลิ่นดินป่าดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
หยุนยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เจ้าสำนักจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ในสำนักบนเขา แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน หยุนและเจ้าสำนักยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
หยุนเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” เจ้าสำนักพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” เจ้าสำนักถามเสียงเบา หยุนตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” เจ้าสำนักกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้แค้นเลือดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” หยุนเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด หยุนรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ แค้นเลือดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
เจ้าสำนักขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนหยุนได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสำนักบนเขา ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในสำนักบนเขา เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับหยุนกับเจ้าสำนัก
จบตอนที่ 4 — สิ่งที่นักดาบพเนจรมองออกก่อนใคร ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าหยุนจะกล้าเลือกเจ้าสำนักหรือยังคงหนีจากแค้นเลือด
ความคิดเห็น
0