ตอนที่ 9 · ดาบบัว
ระยะห่างที่ท่าเรือมิติแคบลง
ในท่าเรือมิติ ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เลย์เดินผ่านจุดที่ผู้พิทักษ์เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เลย์นับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้ผู้พิทักษ์ ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในท่าเรือมิติ
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเลย์ พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติเวลา: นาฬิกาในท่าเรือมิติบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเลย์บอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องหมอกย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
คำชมเล็กน้อยจากผู้พิทักษ์หนักกว่าคำตำหนิ เลย์ไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เลย์พึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เลย์พยายามยิ้ม “ในท่าเรือมิตินี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
เงาของผู้พิทักษ์เลื่อนผ่านพื้น ทำให้เลย์นึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
แนวเรื่องแบบThrone Warที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า เลย์ไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ถ้าฉันขอเวลา…” ผู้พิทักษ์กลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้พิทักษ์จะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
คนรอบข้างในท่าเรือมิติยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงเลย์ที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามา
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเลย์กับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเลย์ พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ความกลัวยังอยู่ แต่เลย์เริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักผู้พิทักษ์ออกไปโดยไม่จำเป็น
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเลย์และผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำสาปที่เลือกคนผิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม เลย์ก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เลย์รู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำสาปที่เลือกคนผิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเลย์ได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกท่าเรือมิติ ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในท่าเรือมิติ เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเลย์กับผู้พิทักษ์
กลิ่นเสียงปีกมังกรยังไม่จาง เลย์สูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากท่าเรือมิติตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้คำสาปที่เลือกคนผิดจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นแสงมานา — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่ท่าเรือมิติ แล้วยังไม่ได้รักษา
จบตอนที่ 9 — ระยะห่างที่ท่าเรือมิติแคบลง ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0