ตอนที่ 12 · กระจกคม
เมื่อไฟดับเริ่มมีราคา
ข่าวของชื่อที่ถูกลบเดินทางเร็วกว่าคำอธิบาย ปริมนั่งนิ่งในบ้านร้างชานเมือง มือกุมแก้วไว้แน่นขณะที่เพื่อนสมัยเด็กยืนรออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กกว้างขึ้นทีละนิ้ว
หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของเพื่อนสมัยเด็กจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของปริม
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้อีกต่อไป ปริมลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” เพื่อนสมัยเด็กพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักปริมออกไปจริงๆ
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ ปริมลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับเพื่อนสมัยเด็ก
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” เพื่อนสมัยเด็กก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้ชื่อที่ถูกลบตัดสินแทนเรา”
ปริมกุมมือแน่น ภาพของชื่อที่ถูกลบวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงเพื่อนสมัยเด็ก แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในบ้านร้างชานเมืองจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“แล้วชื่อที่ถูกลบล่ะ?” ปริมถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
นอกบ้านร้างชานเมือง โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับปริมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของเพื่อนสมัยเด็กปนกับชื่อผู้ส่ง
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” เพื่อนสมัยเด็กตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ปริมยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เพื่อนสมัยเด็กจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ถ้าให้ย้อนกลับ ปริมอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในบ้านร้างชานเมือง การหนีแพงกว่าการเผชิญ เพื่อนสมัยเด็กยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด
ในบ้านร้างชานเมือง แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน ปริมและเพื่อนสมัยเด็กยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ ปริมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กมองไปทางหน้าต่างของบ้านร้างชานเมือง ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในบ้านร้างชานเมืองเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ปริมกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่ปริมจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
จบตอนที่ 12 — เมื่อไฟดับเริ่มมีราคา ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าปริมจะกล้าเลือกเพื่อนสมัยเด็กหรือยังคงหนีจากชื่อที่ถูกลบ
ความคิดเห็น
0