ตอนที่ 14 · กระจกคม
ใกล้เข้ามาของชื่อที่ถูกลบ
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของปริม
แผนที่เคยชัดในหัวของปริมเริ่มเบลอเมื่อเห็นเพื่อนสมัยเด็กอีกครั้ง ชื่อที่ถูกลบไม่ได้อยู่ไกลอีกต่อไป มันยืนอยู่ระหว่างทั้งคู่
เก้าอี้ว่างข้างเพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน ปริมเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นแสงไฟฉายสั่นชัดขึ้น
หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นกลิ่นชื้นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติเวลา: นาฬิกาในบ้านร้างชานเมืองบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของปริมบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องไฟดับย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
“ฉันกลัว” ปริมสารภาพในที่สุด “กลัวว่าถ้าเปิดใจ… จะเสียเธอไปทั้งหมด”
ราคาของการเลือกชัดขึ้นทุกนาที ถ้าปกป้องตัวเอง ปริมอาจเสียเพื่อนสมัยเด็กไปทั้งชีวิต แต่ถ้ายื่นมือไปอีกครั้ง อาจเจ็บหนักกว่าเดิม
“ถ้าจะอยู่ ก็อยู่ให้สุด” เพื่อนสมัยเด็กกระซิบ “อย่าทิ้งฉันไว้ครึ่งทางอีก”
คนรอบข้างในอุโมงค์รถไฟร้างยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงปริมที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เพื่อนสมัยเด็กขยับเข้ามา
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” ปริมกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
แนวเรื่องแบบLocked Roomที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า ปริมไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่ปริมเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเพื่อนสมัยเด็กออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นนั่งก่อน” เพื่อนสมัยเด็กชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นกลิ่นชื้นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ปริมยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เพื่อนสมัยเด็กจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งปริมไว้กับคำถามเรื่องชื่อที่ถูกลบที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของเพื่อนสมัยเด็กปนอยู่ด้วยตลอด
กลิ่นแสงไฟฉายสั่นยังไม่จาง ปริมสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากอุโมงค์รถไฟร้างตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้ชื่อที่ถูกลบจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นกลิ่นชื้น — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่อุโมงค์รถไฟร้าง แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ ปริมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กมองไปทางหน้าต่างของบ้านร้างชานเมือง ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในบ้านร้างชานเมืองเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ปริมกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
จบตอนที่ 14 — ปมของชื่อที่ถูกลบยังคุกรุ่น และเพื่อนสมัยเด็กจะกลับมาในจังหวะที่ปริมคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0