ตอนที่ 3 · ด้ายเงิน
จุดเริ่มของแผนที่ที่ขาดมุม
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงไฟฉายกระพริบกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่ฟ้ายังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
อากาศที่เมืองท่าฝนตกเย็นกว่าที่ฟ้าจำได้ กลิ่นกลิ่นดินเปียกลอยมาก่อนเสียงฝีเท้า — และก่อนที่นักโบราณคดีจะปรากฏตรงมุมเดิมที่ทั้งคู่เคยแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน
แผนที่ในมือฟ้ามีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่ไม่มีชื่อไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
“ฟ้า… ทำไมถึงเงียบ?” นักโบราณคดีถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับกลิ่นดินเปียก “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับนักโบราณคดีไม่ได้อีกต่อไป ฟ้าลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” ฟ้าพยายามยิ้ม “ในเมืองท่าฝนตกนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
สายตาแรกชนกันในค่ายพักชั่วคราว ทำให้ฟ้ารู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
ในกระเป๋าเสื้อมีโน้ตสั้นๆ ที่นักโบราณคดียัดไว้เมื่อกี้อ่านแล้วอ่านอีก คำไม่กี่คำแต่หนักกว่าคำอธิบายยาวๆ
นอกค่ายพักชั่วคราว โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับฟ้าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของนักโบราณคดีปนกับไม่มีชื่อ
ฟ้ากุมมือแน่น ภาพของแผนที่ที่ขาดมุมวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงนักโบราณคดี แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในเมืองท่าฝนตกจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“ในเมืองท่าฝนตกนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” นักโบราณคดีหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” นักโบราณคดีตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ถ้าให้ย้อนกลับ ฟ้าอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในเมืองท่าฝนตก การหนีแพงกว่าการเผชิญ นักโบราณคดียืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างฟ้ากับนักโบราณคดีแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ แผนที่ในมือฟ้ามีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่ไม่มีชื่อไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งฟ้าและนักโบราณคดีไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าแผนที่ที่ขาดมุมทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน นักโบราณคดีมองฟ้าอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นดินเปียกเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
นอกค่ายพักชั่วคราว ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในเมืองท่าฝนตก เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับฟ้ากับนักโบราณคดี
กลิ่นกลิ่นดินเปียกยังไม่จาง ฟ้าสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากค่ายพักชั่วคราวตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้แผนที่ที่ขาดมุมจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นไฟฉายกระพริบ — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่ค่ายพักชั่วคราว แล้วยังไม่ได้รักษา
จบตอนที่ 3 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าฟ้าไม่อาจทำเป็นไม่เห็นนักโบราณคดีได้อีก
ความคิดเห็น
0