ตอนที่ 7 · ปากกาเงียบ
สิ่งที่ปีศาจพันธสัญญามองออกก่อนใคร
ในเมืองลอยฟ้า ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เอลเดินผ่านจุดที่ผู้พิทักษ์เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เอลนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้ผู้พิทักษ์ ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในป่าที่ไม่มีในแผนที่
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — แสงที่ป่าที่ไม่มีในแผนที่ทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ชัดเกินไป
มิติสถานที่: ป่าที่ไม่มีในแผนที่ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง — ทุกมุมมีร่องรอยที่ผู้พิทักษ์เคยยืน และเอลรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปจุดเดิมโดยไม่ขออนุญาต
คำชมเล็กน้อยจากผู้พิทักษ์หนักกว่าคำตำหนิ เอลไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เอลพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เอลพยายามยิ้ม “ในเมืองลอยฟ้านี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
สายลมผ่านช่องหน้าต่างพัดชายผ้าม่านให้สะบัด เอลมองตามแล้วคิดถึงวันที่ทั้งคู่เคยยืนตรงจุดนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
ในอกของเอลมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากเมืองลอยฟ้า อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งผู้พิทักษ์ไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าประตูที่ห้ามเปิด
“ในเมืองลอยฟ้านี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ผู้พิทักษ์หัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” ผู้พิทักษ์ตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
กลิ่นกลิ่นโอโซนติดอยู่ในความทรงจำของเอล แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — แสงที่ป่าที่ไม่มีในแผนที่ทำให้ใบหน้าของผู้พิทักษ์ชัดเกินไป
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับเอล คืนนี้ชัดเจนว่าผู้พิทักษ์ไม่ได้มาแบบสุ่ม — ประตูที่ห้ามเปิดดึงทั้งคู่มาเจอกัน
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเอลและผู้พิทักษ์ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าประตูที่ห้ามเปิดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน ผู้พิทักษ์มองเอลอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นโอโซนเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
“เธอคิดอะไรอยู่?” ผู้พิทักษ์ถามเสียงเบา เอลตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ผู้พิทักษ์กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้ประตูที่ห้ามเปิดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เอลเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เอลรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ประตูที่ห้ามเปิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเอลได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
จบตอนที่ 7 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าเอลไม่อาจทำเป็นไม่เห็นผู้พิทักษ์ได้อีก
ความคิดเห็น
0