ตอนที่ 13 · แสงเดือน
ความจริงครึ่งเดียวที่สถานีรถไฟฟ้าตอนดึก
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงเสียงรถไฟกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่ปริมยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
ประตูคาเฟ่ริมแม่น้ำเปิดออกก่อนที่ปริมจะพร้อม วินยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าหน้าที่ที่ขวางทางใจเสียอีก
ในคาเฟ่ริมแม่น้ำ ความสัมพันธ์ของปริมกับวินค่อยๆ เปลี่ยนรูปจากความเคยชินเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ไม่กล้าเอ่ยชื่อ — กลิ่นเสียงรถไฟดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” วินพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักปริมออกไปจริงๆ
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับวินไม่ได้อีกต่อไป ปริมลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” วินก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้หน้าที่ที่ขวางทางใจตัดสินแทนเรา”
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างปริมกับวินกว้างขึ้นทีละนิ้ว
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของปริม
คนรอบข้างในคาเฟ่ริมแม่น้ำยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงปริมที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่วินขยับเข้ามา
แนวเรื่องแบบSingle Parentที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า ปริมไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” ปริมกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
“งั้นนั่งก่อน” วินชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ความกลัวยังอยู่ แต่ปริมเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักวินออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับวินแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ในคาเฟ่ริมแม่น้ำ ความสัมพันธ์ของปริมกับวินค่อยๆ เปลี่ยนรูปจากความเคยชินเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ไม่กล้าเอ่ยชื่อ — กลิ่นเสียงรถไฟดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ปริมยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้วินจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งปริมไว้กับคำถามเรื่องหน้าที่ที่ขวางทางใจที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของวินปนอยู่ด้วยตลอด
กลิ่นไฟนีออนยังไม่จาง ปริมสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากคาเฟ่ริมแม่น้ำตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้หน้าที่ที่ขวางทางใจจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นเสียงรถไฟ — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่คาเฟ่ริมแม่น้ำ แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ ปริมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่วินมองไปทางหน้าต่างของคาเฟ่ริมแม่น้ำ ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
แสงในคาเฟ่ริมแม่น้ำเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของวินดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ปริมกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่ปริมจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก ปริมนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องเวลาที่ค้างโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 13 — ปมของหน้าที่ที่ขวางทางใจยังคุกรุ่น และวินจะกลับมาในจังหวะที่ปริมคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0