ตอนที่ 3 · แสงอ่อน
ระยะห่างที่สถานีตำรวจย่านเก่าแคบลง
ในสถานีตำรวจย่านเก่า ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย สารวัตรนภาเดินผ่านจุดที่พยานปากเอกเคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
คำชมเล็กน้อยจากพยานปากเอกหนักกว่าคำตำหนิ สารวัตรนภาไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
หลักฐานชิ้นเล็กในห้องเก็บหลักฐานไม่เข้ากับคำให้การ สารวัตรนภาจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่พยานปากเอกดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นเสียงพิมพ์ดีดดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
เงาของพยานปากเอกเลื่อนผ่านพื้น ทำให้สารวัตรนภานึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
มิติสถานที่: ห้องเก็บหลักฐานไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง — ทุกมุมมีร่องรอยที่พยานปากเอกเคยยืน และสารวัตรนภารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปจุดเดิมโดยไม่ขออนุญาต
“อย่ามองฉันแบบนั้น” สารวัตรนภาพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ สารวัตรนภาลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับพยานปากเอก
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” สารวัตรนภาพยายามยิ้ม “ในสถานีตำรวจย่านเก่านี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
แนวเรื่องแบบUnreliable Witnessที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า สารวัตรนภาไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ในสถานีตำรวจย่านเก่านี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” พยานปากเอกหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
คนรอบข้างในห้องเก็บหลักฐานยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงสารวัตรนภาที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่พยานปากเอกขยับเข้ามา
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” สารวัตรนภาพูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งสารวัตรนภาและพยานปากเอกไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าหลักฐานที่ถูกจัดฉากทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ความกลัวยังอยู่ แต่สารวัตรนภาเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักพยานปากเอกออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างสารวัตรนภากับพยานปากเอกแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในห้องเก็บหลักฐานไม่เข้ากับคำให้การ สารวัตรนภาจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่พยานปากเอกดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นเสียงพิมพ์ดีดดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ก่อนจากกัน พยานปากเอกมองสารวัตรนภาอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นเสียงพิมพ์ดีดเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในสถานีตำรวจย่านเก่าเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของพยานปากเอกดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา สารวัตรนภากลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่สารวัตรนภาจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก สารวัตรนภานึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องหลักฐานโดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
จบตอนที่ 3 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าสารวัตรนภาไม่อาจทำเป็นไม่เห็นพยานปากเอกได้อีก
ความคิดเห็น
0