ตอนที่ 4 · BlueMoon
คำชมที่หนักกว่าคำตำหนิ
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิร์นยังตื่นพร้อมร่องรอยของแสงแดดบ่ายบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในสนามเชียร์
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เฟิร์นนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้จีจี้ ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในสนามเชียร์
เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เฟิร์นยังยืนค้างที่สนามเชียร์กับจีจี้ วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงแดดบ่าย
มิติเวลา: นาฬิกาในสนามเชียร์บอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเฟิร์นบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องดาดฟ้า ม.ปลายย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
บทสนทนาเล็กๆ ในสนามเชียร์กลายเป็นดาดฟ้า ม.ปลายที่กดทับความเงียบ เฟิร์นพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของจีจี้จับความสั่นได้ทุกครั้ง
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เฟิร์นพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
“ฉันไม่ได้หนี” เฟิร์นตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของจีจี้จางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเฟิร์น
เฟิร์นกุมมือแน่น ภาพของคนที่สามที่รู้ความลับวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงจีจี้ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในสนามเชียร์จึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เฟิร์นกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จีจี้จะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
นอกสนามเชียร์ โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเฟิร์นทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของจีจี้ปนกับดาดฟ้า ม.ปลาย
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเฟิร์นกับจีจี้แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เฟิร์นยังยืนค้างที่สนามเชียร์กับจีจี้ วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงแดดบ่าย
ถ้าให้ย้อนกลับ เฟิร์นอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในสนามเชียร์ การหนีแพงกว่าการเผชิญ จีจี้ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
เฟิร์นยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้จีจี้จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเฟิร์นไว้กับคำถามเรื่องคนที่สามที่รู้ความลับที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของจีจี้ปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” จีจี้กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คนที่สามที่รู้ความลับตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เฟิร์นเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เฟิร์นรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คนที่สามที่รู้ความลับจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จีจี้ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเฟิร์นได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสนามเชียร์ ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในสนามเชียร์ เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเฟิร์นกับจีจี้
กลิ่นแสงแดดบ่ายยังไม่จาง เฟิร์นสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากสนามเชียร์ตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้คนที่สามที่รู้ความลับจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 4 — ปมของคนที่สามที่รู้ความลับยังคุกรุ่น และจีจี้จะกลับมาในจังหวะที่เฟิร์นคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0