ตอนที่ 11 · คลื่นถ่านไฟ
แผนสำรองของบอย
เงาของตั้นเลื่อนผ่านพื้น ทำให้มินนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
ประตูห้องสมุดหลังเลิกเรียนเปิดออกก่อนที่มินจะพร้อม ตั้นยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าคนที่สามที่รู้ความลับเสียอีก
เก้าอี้ว่างข้างตั้นดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน มินเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นกลิ่นดินหลังฝนชัดขึ้น
เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่มินยังยืนค้างที่ห้องสมุดหลังเลิกเรียนกับตั้น วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — กลิ่นกลิ่นดินหลังฝนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับตั้นไม่ได้อีกต่อไป มินลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” ตั้นพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักมินออกไปจริงๆ
คนที่สามที่รู้ความลับไม่ได้ตะโกน มันแค่ทำให้ทั้งคู่พูดสั้นลง หายใจถี่ขึ้น และมองกันแบบคนที่กลัวจะเสียของสำคัญ
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” ตั้นก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้คนที่สามที่รู้ความลับตัดสินแทนเรา”
คนรอบข้างในห้องสมุดหลังเลิกเรียนยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงมินที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ตั้นขยับเข้ามา
“ในห้องสมุดหลังเลิกเรียนนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ตั้นหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
แนวเรื่องแบบSecond Chanceที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า มินไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่มินเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักตั้นออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” ตั้นตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างมินกับตั้นแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่มินยังยืนค้างที่ห้องสมุดหลังเลิกเรียนกับตั้น วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — กลิ่นกลิ่นดินหลังฝนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งมินและตั้นไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคนที่สามที่รู้ความลับทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน ตั้นมองมินอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นดินหลังฝนเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในห้องสมุดหลังเลิกเรียนเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของตั้นดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา มินกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่มินจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก มินนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องม้านั่งใต้ต้นไม้โดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
มินเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ตั้นพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” ตั้นถามเสียงเบา มินตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
จบตอนที่ 11 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่ามินไม่อาจทำเป็นไม่เห็นตั้นได้อีก
ความคิดเห็น
0