ตอนที่ 10 · กล้วยไม้แก้ว
ใต้เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดในอุโมงค์รถไฟร้าง
เงาของเจ้าของบ้านเก่าเลื่อนผ่านพื้น ทำให้มายด์นึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
ในโรงแรมเก่าสามชั้น ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย มายด์เดินผ่านจุดที่เจ้าของบ้านเก่าเคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
เก้าอี้ว่างข้างเจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน มายด์เลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นแสงไฟฉายสั่นชัดขึ้น
หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ มายด์จดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นแสงไฟฉายสั่นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับเจ้าของบ้านเก่าไม่ได้อีกต่อไป มายด์ลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“อย่ามองฉันแบบนั้น” มายด์พึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
คำชมเล็กน้อยจากเจ้าของบ้านเก่าหนักกว่าคำตำหนิ มายด์ไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” มายด์พยายามยิ้ม “ในโรงแรมเก่าสามชั้นนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
คนรอบข้างในอุโมงค์รถไฟร้างยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงมายด์ที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เจ้าของบ้านเก่าขยับเข้ามา
“ถ้าฉันขอเวลา…” เจ้าของบ้านเก่ากลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
แนวเรื่องแบบUnreliable Witnessที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า มายด์ไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่มายด์เริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเจ้าของบ้านเก่าออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นนั่งก่อน” เจ้าของบ้านเก่าชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างมายด์กับเจ้าของบ้านเก่าแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ มายด์จดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นแสงไฟฉายสั่นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งมายด์และเจ้าของบ้านเก่าไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าความลับที่ฝังใต้พื้นทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม มายด์ก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด มายด์รู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ความลับที่ฝังใต้พื้นจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
เจ้าของบ้านเก่าขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนมายด์ได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกอุโมงค์รถไฟร้าง ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในโรงแรมเก่าสามชั้น เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับมายด์กับเจ้าของบ้านเก่า
กลิ่นแสงไฟฉายสั่นยังไม่จาง มายด์สูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากอุโมงค์รถไฟร้างตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้ความลับที่ฝังใต้พื้นจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 10 — ใต้เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดในอุโมงค์รถไฟร้าง ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0