ตอนที่ 8 · แสงเดือน
รอยร้าวจากแค้นเลือด
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงเสียงดาบกระทบกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่ฟางยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
ประตูถ้ำดาบโบราณเปิดออกก่อนที่ฟางจะพร้อม นักดาบพเนจรยืนตรงนั้นด้วยสีหน้าที่อ่านยากกว่าแค้นเลือดเสียอีก
ลมดาบพัดผ่านถ้ำดาบโบราณ ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของฟาง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นเสียงดาบกระทบดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” นักดาบพเนจรพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักฟางออกไปจริงๆ
มิติร่างกาย: มือของฟางสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในถ้ำดาบโบราณ ระยะห่างกับนักดาบพเนจรเหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” นักดาบพเนจรก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้แค้นเลือดตัดสินแทนเรา”
แค้นเลือดไม่ได้ตะโกน มันแค่ทำให้ทั้งคู่พูดสั้นลง หายใจถี่ขึ้น และมองกันแบบคนที่กลัวจะเสียของสำคัญ
เงาของนักดาบพเนจรเลื่อนผ่านพื้น ทำให้ฟางนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
คนรอบข้างในถ้ำดาบโบราณยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงฟางที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่นักดาบพเนจรขยับเข้ามา
แนวเรื่องแบบWandering Bladeที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า ฟางไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ในถ้ำดาบโบราณนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” นักดาบพเนจรหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” ฟางพูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ความกลัวยังอยู่ แต่ฟางเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักนักดาบพเนจรออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างฟางกับนักดาบพเนจรแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านถ้ำดาบโบราณ ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของฟาง ขณะที่นักดาบพเนจรยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — กลิ่นเสียงดาบกระทบดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งฟางและนักดาบพเนจรไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าแค้นเลือดทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน นักดาบพเนจรมองฟางอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นดินป่าเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในถ้ำดาบโบราณเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของนักดาบพเนจรดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ฟางกลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่ฟางจะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก ฟางนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องพระจันทร์โดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
ฟางเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” นักดาบพเนจรพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” นักดาบพเนจรถามเสียงเบา ฟางตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
จบตอนที่ 8 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าฟางไม่อาจทำเป็นไม่เห็นนักดาบพเนจรได้อีก
ความคิดเห็น
0