ตอนที่ 4 · หัวใจดินเหนียว
คืนที่ไฟดับ
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่มายด์ยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นพร้อมกลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยด มายด์ยังไม่เปิดอ่าน เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นข้อความจากเพื่อนสมัยเด็ก คืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ มายด์จดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
“มายด์… ทำไมถึงเงียบ?” เพื่อนสมัยเด็กถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับแสงไฟฉายสั่น “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
มิติความขัดแย้ง: ชื่อที่ถูกลบไม่ได้อยู่แค่ภายนอก มันแทรกในทุกการตัดสินใจเล็กๆ ของมายด์ แม้กระทั่งการยื่นแก้วน้ำให้เพื่อนสมัยเด็ก
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” มายด์พยายามยิ้ม “ในอุโมงค์รถไฟร้างนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
สายตาแรกชนกันในบ้านร้างชานเมือง ทำให้มายด์รู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
เงาของเพื่อนสมัยเด็กเลื่อนผ่านพื้น ทำให้มายด์นึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
คนรอบข้างในบ้านร้างชานเมืองยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงมายด์ที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เพื่อนสมัยเด็กขยับเข้ามา
แนวเรื่องแบบLocked Roomที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า มายด์ไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“ถ้าฉันขอเวลา…” เพื่อนสมัยเด็กกลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
“งั้นนั่งก่อน” เพื่อนสมัยเด็กชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ความกลัวยังอยู่ แต่มายด์เริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเพื่อนสมัยเด็กออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างมายด์กับเพื่อนสมัยเด็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในบ้านร้างชานเมืองไม่เข้ากับคำให้การ มายด์จดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เพื่อนสมัยเด็กดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นเสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งมายด์และเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าชื่อที่ถูกลบทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม มายด์ก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด มายด์รู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ชื่อที่ถูกลบจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
เพื่อนสมัยเด็กขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนมายด์ได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกบ้านร้างชานเมือง ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในอุโมงค์รถไฟร้าง เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับมายด์กับเพื่อนสมัยเด็ก
กลิ่นแสงไฟฉายสั่นยังไม่จาง มายด์สูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากบ้านร้างชานเมืองตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้ชื่อที่ถูกลบจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 4 — คืนที่ไฟดับ ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0