ตอนที่ 2 · เงาแฝด
หลังพายุระหว่างจีจี้กับปริม
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของจีจี้
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นพร้อมกลิ่นกลิ่นชาดอกไม้ จีจี้ยังไม่เปิดอ่าน เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นข้อความจากเพื่อนร่วมห้อง คืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
เก้าอี้ว่างข้างเพื่อนร่วมห้องดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน จีจี้เลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นเสียงช้อนกระทบแก้วชัดขึ้น
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับจีจี้ ทุกครั้งที่เพื่อนร่วมห้องยิ้ม ระเบียงก็ดังขึ้นในอก — กลิ่นกลิ่นชาดอกไม้ดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับเพื่อนร่วมห้องไม่ได้อีกต่อไป จีจี้ลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“จีจี้… ทำไมถึงเงียบ?” เพื่อนร่วมห้องถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับเสียงช้อนกระทบแก้ว “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
เพื่อนร่วมห้องไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ยืนตรงนั้นก็พอให้จีจี้ลืมประโยคที่ซ้อมไว้ทั้งหมด ระยะห่างเหลือเพียงลมหายใจกับกลิ่นชาดอกไม้
“ฉันไม่ได้หนี” จีจี้ตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
คนรอบข้างในคาเฟ่เก่าในซอยยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงจีจี้ที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เพื่อนร่วมห้องขยับเข้ามา
“แล้วคำนิยามของมิตรภาพล่ะ?” จีจี้ถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
แนวเรื่องแบบSlow Burnที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า จีจี้ไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่จีจี้เริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเพื่อนร่วมห้องออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” เพื่อนร่วมห้องตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างจีจี้กับเพื่อนร่วมห้องแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับจีจี้ ทุกครั้งที่เพื่อนร่วมห้องยิ้ม ระเบียงก็ดังขึ้นในอก — กลิ่นกลิ่นชาดอกไม้ดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
จีจี้ยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เพื่อนร่วมห้องจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ในสวนดอกไม้หลังคณะ แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน จีจี้และเพื่อนร่วมห้องยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
จีจี้เดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” เพื่อนร่วมห้องพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” เพื่อนร่วมห้องถามเสียงเบา จีจี้ตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” เพื่อนร่วมห้องกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คำนิยามของมิตรภาพตัดสินแทนเราอีกต่อไป” จีจี้เงยหน้าขึ้นช้าๆ
จบตอนที่ 2 — หลังพายุระหว่างจีจี้กับปริม ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าจีจี้จะกล้าเลือกเพื่อนร่วมห้องหรือยังคงหนีจากคำนิยามของมิตรภาพ
ความคิดเห็น
0