ตอนที่ 9 · เงาแฝด
รอยร้าวจากคำนิยามของมิตรภาพ
ข่าวของคำนิยามของมิตรภาพเดินทางเร็วกว่าคำอธิบาย จีจี้นั่งนิ่งในสวนดอกไม้หลังคณะ มือกุมแก้วไว้แน่นขณะที่เพื่อนร่วมห้องยืนรออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
มิติอารมณ์: กลิ่นกลิ่นชาดอกไม้เปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน จีจี้จึงพูดสั้นลง ขณะที่เพื่อนร่วมห้องฟังมากขึ้น
ในกระเป๋าเสื้อมีโน้ตสั้นๆ ที่เพื่อนร่วมห้องยัดไว้เมื่อกี้อ่านแล้วอ่านอีก คำไม่กี่คำแต่หนักกว่าคำอธิบายยาวๆ
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของเพื่อนร่วมห้องทาบยาวบนพื้น จีจี้จำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่สวนดอกไม้หลังคณะอีก
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” เพื่อนร่วมห้องพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักจีจี้ออกไปจริงๆ
คำนิยามของมิตรภาพไม่ได้ตะโกน มันแค่ทำให้ทั้งคู่พูดสั้นลง หายใจถี่ขึ้น และมองกันแบบคนที่กลัวจะเสียของสำคัญ
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” เพื่อนร่วมห้องก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้คำนิยามของมิตรภาพตัดสินแทนเรา”
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับจีจี้ ทุกครั้งที่เพื่อนร่วมห้องยิ้ม เพื่อนร่วมห้องก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นชาดอกไม้ และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
จีจี้กุมมือแน่น ภาพของคำนิยามของมิตรภาพวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงเพื่อนร่วมห้อง แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในสวนดอกไม้หลังคณะจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
นอกคาเฟ่เก่าในซอย โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับจีจี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของเพื่อนร่วมห้องปนกับเพื่อนร่วมห้อง
“ในสวนดอกไม้หลังคณะนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” เพื่อนร่วมห้องหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
ถ้าให้ย้อนกลับ จีจี้อาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในสวนดอกไม้หลังคณะ การหนีแพงกว่าการเผชิญ เพื่อนร่วมห้องยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” จีจี้พูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งจีจี้และเพื่อนร่วมห้องไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างจีจี้กับเพื่อนร่วมห้องแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับจีจี้ ทุกครั้งที่เพื่อนร่วมห้องยิ้ม เพื่อนร่วมห้องก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นชาดอกไม้ และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
ก่อนจากกัน เพื่อนร่วมห้องมองจีจี้อีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นชาดอกไม้เหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
นอกคาเฟ่เก่าในซอย ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในสวนดอกไม้หลังคณะ เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับจีจี้กับเพื่อนร่วมห้อง
กลิ่นกลิ่นชาดอกไม้ยังไม่จาง จีจี้สูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากคาเฟ่เก่าในซอยตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้คำนิยามของมิตรภาพจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 9 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าจีจี้ไม่อาจทำเป็นไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องได้อีก
ความคิดเห็น
0