ตอนที่ 1 · ขนมปังอบใหม่
ปริมมาถึงอุโมงค์รถไฟร้าง
เงาของเจ้าของบ้านเก่าเลื่อนผ่านพื้น ทำให้ปริมนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นพร้อมกลิ่นแสงไฟฉายสั่น ปริมยังไม่เปิดอ่าน เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นข้อความจากเจ้าของบ้านเก่า คืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
เก้าอี้ว่างข้างเจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน ปริมเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นแสงไฟฉายสั่นชัดขึ้น
หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นแสงไฟฉายสั่นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับเจ้าของบ้านเก่าไม่ได้อีกต่อไป ปริมลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“ปริม… ทำไมถึงเงียบ?” เจ้าของบ้านเก่าถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับแสงไฟฉายสั่น “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
สายตาแรกชนกันในอุโมงค์รถไฟร้าง ทำให้ปริมรู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” ปริมพยายามยิ้ม “ในอุโมงค์รถไฟร้างนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
คนรอบข้างในอุโมงค์รถไฟร้างยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงปริมที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เจ้าของบ้านเก่าขยับเข้ามา
“ถ้าฉันขอเวลา…” เจ้าของบ้านเก่ากลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
แนวเรื่องแบบUnreliable Witnessที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า ปริมไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
ความกลัวยังอยู่ แต่ปริมเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักเจ้าของบ้านเก่าออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นนั่งก่อน” เจ้าของบ้านเก่าชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างปริมกับเจ้าของบ้านเก่าแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ หลักฐานชิ้นเล็กในอุโมงค์รถไฟร้างไม่เข้ากับคำให้การ ปริมจดบันทึกไว้ในใจ ขณะที่เจ้าของบ้านเก่าดูเหมือนรู้มากกว่าที่พูด — กลิ่นแสงไฟฉายสั่นดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งปริมและเจ้าของบ้านเก่าไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำเตือนที่ไม่ทันอ่านทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม ปริมก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด ปริมรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำเตือนที่ไม่ทันอ่านจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
เจ้าของบ้านเก่าขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนปริมได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกอุโมงค์รถไฟร้าง ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในอุโมงค์รถไฟร้าง เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับปริมกับเจ้าของบ้านเก่า
จบตอนที่ 1 — ปริมมาถึงอุโมงค์รถไฟร้าง ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0