ตอนที่ 2 · แสงเดือน
คำสุดท้ายที่ตลาดนัดยุทธจักร
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของเจ้าสำนักจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของหยุน
อากาศที่สำนักบนเขาเย็นกว่าที่หยุนจำได้ กลิ่นเสียงดาบกระทบลอยมาก่อนเสียงฝีเท้า — และก่อนที่เจ้าสำนักจะปรากฏตรงมุมเดิมที่ทั้งคู่เคยแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน
เก้าอี้ว่างข้างเจ้าสำนักดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน หยุนเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นเสียงดาบกระทบชัดขึ้น
ลมดาบพัดผ่านสำนักบนเขา ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของหยุน ขณะที่เจ้าสำนักยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงดาบกระทบ
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับเจ้าสำนักไม่ได้อีกต่อไป หยุนลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“หยุน… ทำไมถึงเงียบ?” เจ้าสำนักถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับเสียงดาบกระทบ “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
เจ้าสำนักไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ยืนตรงนั้นก็พอให้หยุนลืมประโยคที่ซ้อมไว้ทั้งหมด ระยะห่างเหลือเพียงลมหายใจกับหมอกเช้า
“ฉันไม่ได้หนี” หยุนตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
นอกสะพานแขวนหมอก โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับหยุนทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของเจ้าสำนักปนกับยุทธจักร
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” หยุนกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
หยุนกุมมือแน่น ภาพของแค้นเลือดวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงเจ้าสำนัก แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในสำนักบนเขาจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
ถ้าให้ย้อนกลับ หยุนอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในสำนักบนเขา การหนีแพงกว่าการเผชิญ เจ้าสำนักยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
“งั้นนั่งก่อน” เจ้าสำนักชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างหยุนกับเจ้าสำนักแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านสำนักบนเขา ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของหยุน ขณะที่เจ้าสำนักยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงดาบกระทบ
หยุนยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้เจ้าสำนักจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งหยุนไว้กับคำถามเรื่องแค้นเลือดที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของเจ้าสำนักปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” เจ้าสำนักกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้แค้นเลือดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” หยุนเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด หยุนรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ แค้นเลือดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
เจ้าสำนักขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนหยุนได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสะพานแขวนหมอก ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในสำนักบนเขา เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับหยุนกับเจ้าสำนัก
จบตอนที่ 2 — ปมของแค้นเลือดยังคุกรุ่น และเจ้าสำนักจะกลับมาในจังหวะที่หยุนคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0