ตอนที่ 8 · ปากกาเงียบ
ราชินีที่วิหารหินโบราณ
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงแสงมานากับจังหวะเท้าของใครบางคนที่เอลยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
ในเมืองลอยฟ้า ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เอลเดินผ่านจุดที่ผู้พิทักษ์เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เอลพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับผู้พิทักษ์ไม่ได้อีกต่อไป เอลลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“ฉันไม่ได้หนี” เอลตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
บทสนทนาเล็กๆ ในวิหารหินโบราณกลายเป็นมิติเงาที่กดทับความเงียบ เอลพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของผู้พิทักษ์จับความสั่นได้ทุกครั้ง
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของเอล
คนรอบข้างในวิหารหินโบราณยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงเอลที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามา
แนวเรื่องแบบThrone Warที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า เอลไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
“แล้วประตูที่ห้ามเปิดล่ะ?” เอลถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” ผู้พิทักษ์ตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ความกลัวยังอยู่ แต่เอลเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักผู้พิทักษ์ออกไปโดยไม่จำเป็น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับประตูที่ห้ามเปิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
เอลยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้ผู้พิทักษ์จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ในเมืองลอยฟ้า แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน เอลและผู้พิทักษ์ยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เอลเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ผู้พิทักษ์พยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” ผู้พิทักษ์ถามเสียงเบา เอลตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ผู้พิทักษ์กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้ประตูที่ห้ามเปิดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เอลเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เอลรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ ประตูที่ห้ามเปิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเอลได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกวิหารหินโบราณ ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในเมืองลอยฟ้า เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเอลกับผู้พิทักษ์
จบตอนที่ 8 — ราชินีที่วิหารหินโบราณ ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าเอลจะกล้าเลือกผู้พิทักษ์หรือยังคงหนีจากประตูที่ห้ามเปิด
ความคิดเห็น
0