ตอนที่ 4 · กระจกคม
ใต้แสงมานาในท่าเรือมิติ
ในเมืองลอยฟ้า ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เอลเดินผ่านจุดที่ผู้พิทักษ์เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
มิติสถานที่: ท่าเรือมิติไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง — ทุกมุมมีร่องรอยที่ผู้พิทักษ์เคยยืน และเอลรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปจุดเดิมโดยไม่ขออนุญาต
เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นระยะ — คนหัวเราะ รถผ่าน ชีวิตคนอื่นที่เดินต่อได้โดยไม่สะดุดเหมือนใจของเอล
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของผู้พิทักษ์ทาบยาวบนพื้น เอลจำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่เมืองลอยฟ้าอีก
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เอลพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
บทสนทนาเล็กๆ ในท่าเรือมิติกลายเป็นราชินีที่กดทับความเงียบ เอลพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของผู้พิทักษ์จับความสั่นได้ทุกครั้ง
“ฉันไม่ได้หนี” เอลตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
แนวเรื่องแบบThrone Warที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า เอลไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
คนรอบข้างในท่าเรือมิติยังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงเอลที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ผู้พิทักษ์ขยับเข้ามา
“แล้วคำสาปที่เลือกคนผิดล่ะ?” เอลถามต่อ “เราจะทำเป็นมองไม่เห็นไปจนถึงเมื่อไหร่”
ความกลัวยังอยู่ แต่เอลเริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักผู้พิทักษ์ออกไปโดยไม่จำเป็น
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” ผู้พิทักษ์ตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
เอลยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้ผู้พิทักษ์จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเอลกับผู้พิทักษ์แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ กฎของโลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมสำหรับเอล พลังหรือคำสาปที่เกี่ยวกับคำสาปที่เลือกคนผิดเริ่มเผยเงาใกล้ผู้พิทักษ์ — กลิ่นแสงมานาดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ในเมืองลอยฟ้า แสงกับเงาสลับกันเหมือนใจคน เอลและผู้พิทักษ์ยังไม่ได้สัญญาอะไร แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าคืนนี้จะถูกจดจำต่อไปอีกนาน
เอลเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ผู้พิทักษ์พยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” ผู้พิทักษ์ถามเสียงเบา เอลตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ผู้พิทักษ์กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คำสาปที่เลือกคนผิดตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เอลเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เอลรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำสาปที่เลือกคนผิดจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จบตอนที่ 4 — ใต้แสงมานาในท่าเรือมิติ ทิ้งคำถามไว้ให้ตอนถัดไป ว่าเอลจะกล้าเลือกผู้พิทักษ์หรือยังคงหนีจากคำสาปที่เลือกคนผิด
ความคิดเห็น
0