ตอนที่ 3 · BlueMoon
เงาของคนที่สามที่รู้ความลับในชีวิตประจำวัน
ในกระเป๋าเสื้อมีโน้ตสั้นๆ ที่จีจี้ยัดไว้เมื่อกี้อ่านแล้วอ่านอีก คำไม่กี่คำแต่หนักกว่าคำอธิบายยาวๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิร์นยังตื่นพร้อมร่องรอยของเสียงหัวเราะในห้องบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในร้านน้ำใต้หอ
เก้าอี้ว่างข้างจีจี้ดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน เฟิร์นเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นเสียงหัวเราะในห้องชัดขึ้น
เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เฟิร์นยังยืนค้างที่ร้านน้ำใต้หอกับจีจี้ วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงหัวเราะในห้อง
มิติความสัมพันธ์: คำว่าเพื่อน/คู่แข่ง/คนคุ้นเคย ใช้กับจีจี้ไม่ได้อีกต่อไป เฟิร์นลองเปลี่ยนคำในใจหลายรอบ แต่ไม่มีคำไหนพอดี
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เฟิร์นพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
คำชมเล็กน้อยจากจีจี้หนักกว่าคำตำหนิ เฟิร์นไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เฟิร์นพยายามยิ้ม “ในสนามเชียร์นี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
นอกร้านน้ำใต้หอ โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเฟิร์นทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของจีจี้ปนกับม้านั่งใต้ต้นไม้
“ถ้าฉันขอเวลา…” จีจี้กลืนคำ “เธอจะรอ หรือจะเดินจากไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
เฟิร์นกุมมือแน่น ภาพของคนที่สามที่รู้ความลับวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงจีจี้ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในสนามเชียร์จึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
ถ้าให้ย้อนกลับ เฟิร์นอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในสนามเชียร์ การหนีแพงกว่าการเผชิญ จีจี้ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
“งั้นนั่งก่อน” จีจี้ชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเฟิร์นกับจีจี้แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เฟิร์นยังยืนค้างที่ร้านน้ำใต้หอกับจีจี้ วัยเรียนทำให้คนที่สามที่รู้ความลับดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่เสียงหัวเราะในห้อง
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเฟิร์นและจีจี้ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคนที่สามที่รู้ความลับทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ถ้าคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่ม เฟิร์นก็พร้อมจะเจ็บอีกหน่อย เพื่อให้ได้คำตอบที่ไม่ได้มาจากการหนี
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก เฟิร์นนึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องม้านั่งใต้ต้นไม้โดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
เฟิร์นเดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” จีจี้พยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” จีจี้ถามเสียงเบา เฟิร์นตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” จีจี้กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คนที่สามที่รู้ความลับตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เฟิร์นเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เฟิร์นรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คนที่สามที่รู้ความลับจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จบตอนที่ 3 — เงาของคนที่สามที่รู้ความลับในชีวิตประจำวัน ปิดฉากด้วยความเงียบที่ดังกว่าคำพูด รอตอนหน้าเปิดใหม่
ความคิดเห็น
0