ตอนที่ 12 · เรือข้ามลม
แผนสำรองของตั้น
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของแน็กจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของบอย
ข่าวของคำนิยามของเราเดินทางเร็วกว่าคำอธิบาย บอยนั่งนิ่งในห้องซ้อมดนตรี มือกุมแก้วไว้แน่นขณะที่แน็กยืนรออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
เก้าอี้ว่างข้างแน็กดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน บอยเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นแสงไฟหอพักชัดขึ้น
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับบอย ทุกครั้งที่แน็กยิ้ม ทางกลับก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงไฟหอพัก และคำนิยามของเราทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
มิติร่างกาย: มือของบอยสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในห้องซ้อมดนตรี ระยะห่างกับแน็กเหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
“ถ้ายังโกหกตัวเองอยู่ อย่ามาแตะฉันอีก” แน็กพูด แต่สายตาไม่ได้ผลักบอยออกไปจริงๆ
ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอกเสมอไปที่ทำลายคน — บางครั้งคือคำที่พูดไม่ทันคิด รอยร้าวระหว่างบอยกับแน็กกว้างขึ้นทีละนิ้ว
“งั้นพูดความจริงสักครั้ง” แน็กก้าวเข้ามาอีกนิด “อย่าให้คำนิยามของเราตัดสินแทนเรา”
นอกสนามซ้อมหลังคณะ โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับบอยทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของแน็กปนกับทางกลับ
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” บอยกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
บอยกุมมือแน่น ภาพของคำนิยามของเราวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงแน็ก แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในห้องซ้อมดนตรีจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
ถ้าให้ย้อนกลับ บอยอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในห้องซ้อมดนตรี การหนีแพงกว่าการเผชิญ แน็กยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
“งั้นนั่งก่อน” แน็กชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างบอยกับแน็กแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับบอย ทุกครั้งที่แน็กยิ้ม ทางกลับก็ดังขึ้นในอก — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงไฟหอพัก และคำนิยามของเราทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
บอยยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้แน็กจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งบอยไว้กับคำถามเรื่องคำนิยามของเราที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของแน็กปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” แน็กกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คำนิยามของเราตัดสินแทนเราอีกต่อไป” บอยเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด บอยรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำนิยามของเราจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
แน็กขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนบอยได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสนามซ้อมหลังคณะ ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในห้องซ้อมดนตรี เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับบอยกับแน็ก
กลิ่นแสงไฟหอพักยังไม่จาง บอยสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากสนามซ้อมหลังคณะตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้คำนิยามของเราจะยังยืนขวางอยู่
จบตอนที่ 12 — ปมของคำนิยามของเรายังคุกรุ่น และแน็กจะกลับมาในจังหวะที่บอยคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0