ตอนที่ 3 · ชาเขียวไม่ใส่น้ำตาล
เศษซากของที่บ้าน
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นพร้อมกลิ่นเสียงนาฬิกาแขวน กานต์ยังไม่เปิดอ่าน เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นข้อความจากทนาย คืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
มิติเวลา: นาฬิกาในโรงพยาบาลชั้นนอกบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของกานต์บอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องแม่ย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
เงาของทนายเลื่อนผ่านพื้น ทำให้กานต์นึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ใต้แสงแบบนี้
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของทนายทาบยาวบนพื้น กานต์จำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่โรงพยาบาลชั้นนอกอีก
“กานต์… ทำไมถึงเงียบ?” ทนายถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับฝนตกนอกระเบียง “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
สายตาแรกชนกันในบ้านไม้หลังเก่า ทำให้กานต์รู้ทันทีว่าการแสร้งไม่รู้จักกันจบลงแล้วตั้งแต่คืนนี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” กานต์พยายามยิ้ม “ในโรงพยาบาลชั้นนอกนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
บ้านและชื่อเสียงกดทับคำพูดของกานต์ ทุกประโยคในบ้านไม้หลังเก่ามีราคา ทนายยืนเป็นทั้งที่พักและพายุในเวลาเดียวกัน — กลิ่นเสียงนาฬิกาแขวนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
แนวเรื่องแบบInheritance Woundที่เคยอ่านในนิยาย กลับกลายเป็นชีวิตจริงตรงหน้า กานต์ไม่อยากเป็นพระเอกที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้น — แค่อยากกล้าพอที่จะอยู่
คนรอบข้างในบ้านไม้หลังเก่ายังหัวเราะคุยกันได้ปกติ มีเพียงกานต์ที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่ทนายขยับเข้ามา
“ในโรงพยาบาลชั้นนอกนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ทนายหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
ความกลัวยังอยู่ แต่กานต์เริ่มแยกได้อะไรระหว่างการปกป้องตัวเองกับการผลักทนายออกไปโดยไม่จำเป็น
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” กานต์พูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งกานต์และทนายไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าความลับในครอบครัวทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างกานต์กับทนายแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ บ้านและชื่อเสียงกดทับคำพูดของกานต์ ทุกประโยคในบ้านไม้หลังเก่ามีราคา ทนายยืนเป็นทั้งที่พักและพายุในเวลาเดียวกัน — กลิ่นเสียงนาฬิกาแขวนดึงความทรงจำเก่ากลับมาโดยไม่ขออนุญาต
ก่อนจากกัน ทนายมองกานต์อีกครั้ง ยาวจนกลิ่นฝนตกนอกระเบียงเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
แสงในโรงพยาบาลชั้นนอกเปลี่ยนมุมอีกนิด ทำให้ใบหน้าของทนายดูทั้งคุ้นเคยและแปลกตา กานต์กลืนน้ำลาย แล้วพยายามรวบรวมความกล้า
บทสนทนาค้างคาครู่หนึ่ง ก่อนที่กานต์จะยิ้มอ่อนๆ — ยิ้มที่ไม่ใช่การปิดบัง แต่เป็นการยอมรับว่าคืนนี้ยังไม่จบง่ายๆ
ในความเงียบ มีเพียงเสียงไกลๆ จากภายนอก กานต์นึกถึงวันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องแม่โดยไม่รู้ว่าคำนั้นจะหนักขนาดนี้
กานต์เดินไปหยุดที่ขอบโต๊ะ นิ้วแตะไม้เก่าแล้วพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว… เธอจะฟังจนจบไหม” ทนายพยักโดยไม่รีบตอบ
“เธอคิดอะไรอยู่?” ทนายถามเสียงเบา กานต์ตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
จบตอนที่ 3 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่ากานต์ไม่อาจทำเป็นไม่เห็นทนายได้อีก
ความคิดเห็น
0