ตอนที่ 4 · เรือข้ามลม
ใต้เสียงช้อนกระทบแก้วในหอพักหญิง
เสียงรอบตัวจางเป็นพื้นหลัง เหลือเพียงแสงเย็นบนโต๊ะกับจังหวะเท้าของใครบางคนที่แพรวยังไม่พร้อมจะเอ่ยชื่อ
ในสวนดอกไม้หลังคณะ ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย แพรวเดินผ่านจุดที่รุ่นพี่เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับแพรว ทุกครั้งที่รุ่นพี่ยิ้ม คนที่เข้าใจก็ดังขึ้นในอก — แสงที่ห้องสมุดชั้นสองทำให้ใบหน้าของรุ่นพี่ชัดเกินไป และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
“อย่ามองฉันแบบนั้น” แพรวพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
มิติร่างกาย: มือของแพรวสั่นเล็กน้อยโดยไม่เกี่ยวกับอากาศในสวนดอกไม้หลังคณะ ระยะห่างกับรุ่นพี่เหลือเท่าความจริงที่ยังไม่ถูกพูด
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” แพรวพยายามยิ้ม “ในสวนดอกไม้หลังคณะนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
คำชมเล็กน้อยจากรุ่นพี่หนักกว่าคำตำหนิ แพรวไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
สายลมผ่านช่องหน้าต่างพัดชายผ้าม่านให้สะบัด แพรวมองตามแล้วคิดถึงวันที่ทั้งคู่เคยยืนตรงจุดนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
กลิ่นแสงเย็นบนโต๊ะติดอยู่ในความทรงจำของแพรว แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
ในอกของแพรวมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากสวนดอกไม้หลังคณะ อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งรุ่นพี่ไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าคำนิยามของมิตรภาพ
“ในสวนดอกไม้หลังคณะนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” รุ่นพี่หัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” รุ่นพี่ตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับแพรว คืนนี้ชัดเจนว่ารุ่นพี่ไม่ได้มาแบบสุ่ม — คำนิยามของมิตรภาพดึงทั้งคู่มาเจอกัน
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างแพรวกับรุ่นพี่แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ คำว่าเพื่อนเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับแพรว ทุกครั้งที่รุ่นพี่ยิ้ม คนที่เข้าใจก็ดังขึ้นในอก — แสงที่ห้องสมุดชั้นสองทำให้ใบหน้าของรุ่นพี่ชัดเกินไป และคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่กลัวที่จะเสียสิ่งที่มีอยู่
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งแพรวและรุ่นพี่ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำนิยามของมิตรภาพทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ก่อนจากกัน รุ่นพี่มองแพรวอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นแสงเย็นบนโต๊ะเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
“เธอคิดอะไรอยู่?” รุ่นพี่ถามเสียงเบา แพรวตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” รุ่นพี่กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คำนิยามของมิตรภาพตัดสินแทนเราอีกต่อไป” แพรวเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด แพรวรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำนิยามของมิตรภาพจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จบตอนที่ 4 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าแพรวไม่อาจทำเป็นไม่เห็นรุ่นพี่ได้อีก
ความคิดเห็น
0