ตอนที่ 6 · ด้ายเงิน
บทสนทนาเรื่องฉบับร่าง
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของจีจี้จางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเก้า
เช้าวันรุ่งขึ้น เก้ายังตื่นพร้อมร่องรอยของแสงแดดบ่ายบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในสนามเชียร์
เก้าอี้ว่างข้างจีจี้ดูเหมือนคำเชิญและคำเตือนพร้อมกัน เก้าเลือกยืนก่อน นานพอที่จะได้กลิ่นแสงแดดบ่ายชัดขึ้น
เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เก้ายังยืนค้างที่สนามเชียร์กับจีจี้ วัยเรียนทำให้เพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงแดดบ่าย
มิติเวลา: นาฬิกาในร้านน้ำใต้หอบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเก้าบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องม้านั่งใต้ต้นไม้ย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เก้าพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
บทสนทนาเล็กๆ ในสนามเชียร์กลายเป็นม้านั่งใต้ต้นไม้ที่กดทับความเงียบ เก้าพยายามยิ้มกลบ แต่สายตาของจีจี้จับความสั่นได้ทุกครั้ง
“ฉันไม่ได้หนี” เก้าตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
นอกสนามเชียร์ โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเก้าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของจีจี้ปนกับม้านั่งใต้ต้นไม้
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เก้ากล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
เก้ากุมมือแน่น ภาพของเพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงจีจี้ แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในร้านน้ำใต้หอจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
ถ้าให้ย้อนกลับ เก้าอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในร้านน้ำใต้หอ การหนีแพงกว่าการเผชิญ จีจี้ยืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จีจี้จะพยัก “ถ้าเธออยู่ ฉันจะเล่าให้หมด แม้เรื่องที่ฉันอยากลืม”
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเก้ากับจีจี้แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากไกลๆ แต่เก้ายังยืนค้างที่สนามเชียร์กับจีจี้ วัยเรียนทำให้เพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนดูใหญ่เกินตัว — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่แสงแดดบ่าย
เก้ายังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้จีจี้จะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเก้าไว้กับคำถามเรื่องเพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของจีจี้ปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” จีจี้กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เก้าเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เก้ารู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ เพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
จีจี้ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเก้าได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสนามเชียร์ ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในร้านน้ำใต้หอ เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเก้ากับจีจี้
จบตอนที่ 6 — ปมของเพื่อนสนิทที่อาจเป็นมากกว่าเพื่อนยังคุกรุ่น และจีจี้จะกลับมาในจังหวะที่เก้าคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0