ตอนที่ 2 · หน้ากระดาษกำมะหยี่
คำสุดท้ายที่ป่าดิบชื้น
อากาศที่ป่าดิบชื้นเย็นกว่าที่เนมจำได้ กลิ่นกลิ่นดินเปียกลอยมาก่อนเสียงฝีเท้า — และก่อนที่นักโบราณคดีจะปรากฏตรงมุมเดิมที่ทั้งคู่เคยแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน
นาฬิกาบนผนังเดินช้ากว่าใจ เนมนับลมหายใจสามครั้งก่อนก้าวเข้าใกล้นักโบราณคดี ระยะห่างเหลือเท่าความกว้างของโต๊ะไม้เก่าในซากเรือเก่า
แผนที่ในมือเนมมีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่ขุมทรัพย์ไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
มิติอารมณ์: กลิ่นกลิ่นดินเปียกเปิดช่องให้ความกลัวและความหวังมาพร้อมกัน เนมจึงพูดสั้นลง ขณะที่นักโบราณคดีฟังมากขึ้น
นักโบราณคดีไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ยืนตรงนั้นก็พอให้เนมลืมประโยคที่ซ้อมไว้ทั้งหมด ระยะห่างเหลือเพียงลมหายใจกับกลิ่นดินเปียก
“เนม… ทำไมถึงเงียบ?” นักโบราณคดีถามเบาๆ จนเสียงเกือบล้นไปกับกลิ่นดินเปียก “ถ้าไม่พร้อมพูด ก็อย่าทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่”
“ฉันไม่ได้หนี” เนมตอบช้าๆ “แค่ยังไม่รู้ว่าถ้าแตะไปแล้ว… จะถอนมือได้ไหม”
บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำครึ่งใบ รอยนิ้วของนักโบราณคดีจางๆ ริมขอบ ราวกับหลักฐานเล็กๆ ว่าคืนนี้ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของเนม
เนมกุมมือแน่น ภาพของพายุที่ตัดทางหนีวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงนักโบราณคดี แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในป่าดิบชื้นจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
“อย่าสัญญาถ้ายังไม่พร้อม” เนมกล่าว “ฉันทนคำโกหกได้น้อยกว่าความเงียบ”
“งั้นนั่งก่อน” นักโบราณคดีชี้เก้าอี้ว่าง “ถ้าจะคุยกันจริงๆ อย่างน้อยก็อย่าคุยแบบคนจะหนี”
นอกซากเรือเก่า โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเนมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของนักโบราณคดีปนกับขุมทรัพย์
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเนมกับนักโบราณคดีแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ แผนที่ในมือเนมมีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่ขุมทรัพย์ไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
ถ้าให้ย้อนกลับ เนมอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในป่าดิบชื้น การหนีแพงกว่าการเผชิญ นักโบราณคดียืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
เนมยังไม่กล้าตอบทั้งหมด แต่ก็ไม่หันหลังอีกต่อไป อย่างน้อยคืนนี้นักโบราณคดีจะได้ยินเสียงจริงของหัวใจ
ประตูปิดลงช้าๆ ทิ้งเนมไว้กับคำถามเรื่องพายุที่ตัดทางหนีที่ดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มีภาพของนักโบราณคดีปนอยู่ด้วยตลอด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” นักโบราณคดีกล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้พายุที่ตัดทางหนีตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เนมเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เนมรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ พายุที่ตัดทางหนีจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
นักโบราณคดีขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเนมได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
จบตอนที่ 2 — ปมของพายุที่ตัดทางหนียังคุกรุ่น และนักโบราณคดีจะกลับมาในจังหวะที่เนมคาดไม่ถึง
ความคิดเห็น
0