ตอนที่ 3 · หน้ากระดาษกำมะหยี่
บทสนทนาเรื่องภาคต้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เนมยังตื่นพร้อมร่องรอยของกลิ่นดินเปียกบนปลายนิ้ว ทั้งที่บอกตัวเองแล้วว่าคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรในเมืองท่าฝนตก
มิติความขัดแย้ง: พายุที่ตัดทางหนีไม่ได้อยู่แค่ภายนอก มันแทรกในทุกการตัดสินใจเล็กๆ ของเนม แม้กระทั่งการยื่นแก้วน้ำให้นักโบราณคดี
ในกระเป๋าเสื้อมีโน้ตสั้นๆ ที่นักโบราณคดียัดไว้เมื่อกี้อ่านแล้วอ่านอีก คำไม่กี่คำแต่หนักกว่าคำอธิบายยาวๆ
แสงจากภายนอกเลื่อนผ่านม่าน ทำให้เงาของนักโบราณคดีทาบยาวบนพื้น เนมจำได้ว่าเคยสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่ป่าดิบชื้นอีก
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เนมพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
คำชมเล็กน้อยจากนักโบราณคดีหนักกว่าคำตำหนิ เนมไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เนมพยายามยิ้ม “ในป่าดิบชื้นนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
แผนที่ในมือเนมมีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่นักล่าไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
เนมกุมมือแน่น ภาพของพายุที่ตัดทางหนีวนซ้ำในหัว ใกล้พอจะเอื้อมถึงนักโบราณคดี แต่ไกลพอจะทำให้เสียใจถ้าเลือกผิด ทุกก้าวในป่าดิบชื้นจึงรู้สึกหนักกว่าปกติ
นอกเมืองท่าฝนตก โลกยังหมุนตามจังหวะเดิม แต่สำหรับเนมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ได้ยินชื่อของนักโบราณคดีปนกับนักล่า
“ในป่าดิบชื้นนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” นักโบราณคดีหัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
ถ้าให้ย้อนกลับ เนมอาจเลือกหนี แต่ตอนนี้ในป่าดิบชื้น การหนีแพงกว่าการเผชิญ นักโบราณคดียืนเป็นคำตอบที่ยังไม่มีป้ายชื่อ
“งั้นฉันจะไม่สัญญา” นักโบราณคดีตอบ “ฉันจะทำ — ทีละอย่าง ที่เธอเห็นได้”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเนมและนักโบราณคดีไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าพายุที่ตัดทางหนีทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเนมกับนักโบราณคดีแคบลงจนหายใจรู้สึกได้ แผนที่ในมือเนมมีรอยพับใหม่ เส้นทางสู่นักล่าไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อนักโบราณคดีเลือกข้างในวินาทีสุดท้าย — เสียงรอบตัวจางลงเหลือแค่กลิ่นดินเปียก
ก่อนจากกัน นักโบราณคดีมองเนมอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นกลิ่นดินเปียกเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
นอกเมืองท่าฝนตก ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในป่าดิบชื้น เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเนมกับนักโบราณคดี
กลิ่นกลิ่นดินเปียกยังไม่จาง เนมสูดหายใจลึกแล้วรู้ว่าถ้าเดินออกจากเมืองท่าฝนตกตอนนี้ จะเสียโอกาสที่อาจไม่มีอีก — แม้พายุที่ตัดทางหนีจะยังยืนขวางอยู่
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นพร้อมกลิ่นกลิ่นดินเปียก — คืนที่ทั้งคู่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ที่เมืองท่าฝนตก แล้วยังไม่ได้รักษา
เวลาผ่านไปอีกครู่โดยที่ไม่มีใครขยับ เนมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังในหู ขณะที่นักโบราณคดีมองไปทางหน้าต่างของป่าดิบชื้น ราวกับกำลังหาคำพูดที่ยังไม่ขึ้นรูป
จบตอนที่ 3 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าเนมไม่อาจทำเป็นไม่เห็นนักโบราณคดีได้อีก
ความคิดเห็น
0