ตอนที่ 10 · หมึกยามค่ำ
สิ่งที่นักดาบพเนจรมองออกก่อนใคร
ในตลาดนัดยุทธจักร ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนน่าสงสัย เซวียนเดินผ่านจุดที่ศิษย์พี่เคยยืน แล้วรู้สึกว่าความว่างนั้นดังกว่าเสียงคน
คำชมเล็กน้อยจากศิษย์พี่หนักกว่าคำตำหนิ เซวียนไม่รู้จะวางมือตรงไหนดีในพื้นที่แคบๆ นี้
ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเซวียน ขณะที่ศิษย์พี่ยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — แสงที่สะพานแขวนหมอกทำให้ใบหน้าของศิษย์พี่ชัดเกินไป
สายลมผ่านช่องหน้าต่างพัดชายผ้าม่านให้สะบัด เซวียนมองตามแล้วคิดถึงวันที่ทั้งคู่เคยยืนตรงจุดนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
มิติเวลา: นาฬิกาในตลาดนัดยุทธจักรบอกอย่างหนึ่ง แต่หัวใจของเซวียนบอกอีกอย่าง ความทรงจำเรื่องสำนักย้อนกลับมาไม่ตรงจังหวะกับปัจจุบัน
“อย่ามองฉันแบบนั้น” เซวียนพึมพำ “ฉันยังไม่รู้ว่าคำว่าเรา… ควรเริ่มตรงไหน”
ในกระเป๋าเสื้อยังมีข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ เซวียนลูบขอบหน้าจอแล้วพับเก็บ ความลังเลกลายเป็นกำแพงบางๆ ระหว่างตัวเองกับศิษย์พี่
“อย่าเพิ่งตัดสินจากใบหน้าฉัน” เซวียนพยายามยิ้ม “ในตลาดนัดยุทธจักรนี้ ฉันเคยฝึกเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน”
ในอกของเซวียนมีสองเสียงซ้อนกัน เสียงหนึ่งบอกให้เดินออกจากตลาดนัดยุทธจักร อีกเสียงบอกว่าถ้าทิ้งศิษย์พี่ไปตอนนี้ จะเสียใจยาวกว่าคำสาบานที่ห้ามรัก
“ในตลาดนัดยุทธจักรนี้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองแข็งพอ” ศิษย์พี่หัวเราะสั้นๆ “แต่เจอเธอทีไร แผนทั้งหมดพัง”
กลิ่นหมอกเช้าติดอยู่ในความทรงจำของเซวียน แน่นกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เคยให้ไว้กับตัวเอง
“เริ่มจากคืนนี้ก็ได้” เซวียนพูด “แค่… อย่าหายไปตอนเช้า”
ระยะห่างลดลงอีกนิด โดยที่ทั้งเซวียนและศิษย์พี่ไม่ได้ประกาศอะไร — มีเพียงการยอมรับว่าคำสาบานที่ห้ามรักทำให้ทั้งคู่ต้องโตขึ้น
บางคนบอกว่าความสัมพันธ์เริ่มจากความบังเอิญ แต่สำหรับเซวียน คืนนี้ชัดเจนว่าศิษย์พี่ไม่ได้มาแบบสุ่ม — คำสาบานที่ห้ามรักดึงทั้งคู่มาเจอกัน
ทั้งคู่ยังไม่ได้จับมือ แต่พื้นที่ระหว่างเซวียนกับศิษย์พี่แคบลงจนหายใจรู้สึกได้ ลมดาบพัดผ่านตลาดนัดยุทธจักร ฝุ่นยุทธจักรเกาะบนปลายแขนของเซวียน ขณะที่ศิษย์พี่ยืนขวางทางราวกับคำสาบานเก่าที่ยังไม่ขาด — แสงที่สะพานแขวนหมอกทำให้ใบหน้าของศิษย์พี่ชัดเกินไป
ก่อนจากกัน ศิษย์พี่มองเซวียนอีกครั้ง ยาวจนกลิ่นหมอกเช้าเหมือนจะติดอยู่ในเสื้อผ้า ความเงียบครั้งนี้ไม่เย็นชา — มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังพูดไม่ทัน
“เธอคิดอะไรอยู่?” ศิษย์พี่ถามเสียงเบา เซวียนตอบไม่ทัน จึงหันไปมองพื้นแทน คำตอบจริงๆ ติดอยู่ในอกแน่นกว่าที่คิด
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ” ศิษย์พี่กล่าว “แค่… ไม่อยากปล่อยให้คำสาบานที่ห้ามรักตัดสินแทนเราอีกต่อไป” เซวียนเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ทั้งคู่ยังไม่ได้แตะต้องกัน แต่สายตาบอกมากกว่าคำพูด เซวียนรู้ดีว่าถ้าเลือกหนีตอนนี้ คำสาบานที่ห้ามรักจะชนะโดยไม่ต้องออกแรง
ศิษย์พี่ขยับเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างแคบลงจนเซวียนได้ยินลมหายใจชัด มือที่เคยกำแน่นเริ่มคลายโดยไม่ตั้งใจ
นอกสะพานแขวนหมอก ชีวิตคนอื่นยังเดินต่อไปได้ปกติ แต่ภายในตลาดนัดยุทธจักร เวลาเหมือนถูกดึงให้ช้าลงเฉพาะสำหรับเซวียนกับศิษย์พี่
จบตอนที่ 10 — ยังไม่จบที่คำตอบ แต่จบที่การยอมรับว่าเซวียนไม่อาจทำเป็นไม่เห็นศิษย์พี่ได้อีก
ความคิดเห็น
0