ตอนที่ 2 · Meme Mint
ตอนที่ 2 — คู่หูจำเป็นกับหัวใจที่เริ่มวุ่นวาย
หลังจากวันนั้น ฉันก็พยายามหลีกเลี่ยงภาคินให้มากที่สุด
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างฉันเลยสักนิด
“มีนา เย็นนี้ว่างไหม?”
เสียงของภาคินดังขึ้นข้างโต๊ะ ทำให้ฉันที่กำลังจดการบ้านอยู่ต้องเงยหน้าขึ้น
“ไม่ว่าง”
“ยังไม่ได้ถามเลยว่าจะให้ทำอะไร”
“ไม่ว่าจะทำอะไร ฉันก็ไม่ว่างทั้งนั้น”
เขาเลิกคิ้ว
“แน่ใจ?”
“แน่ใจมาก”
“งั้นฉันคงต้องทำงานคนเดียว”
ฉันชะงัก
“งานอะไร?”
ภาคินยกสมุดในมือขึ้น
“งานกลุ่มของเราไง ครูให้ส่งโครงร่างพรุ่งนี้”
ฉันก้มมองสมุดของตัวเอง แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้
จริงด้วย…
ครูให้ส่งโครงร่างพรุ่งนี้!
“ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่เมื่อวาน?”
“ฉันทักไลน์ไปแล้ว”
“นายทักตอนไหน?”
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะเห็นข้อความจากเขาสามข้อความ
ภาคิน: เย็นนี้ช่วยคิดหัวข้อหน่อย
ภาคิน: มีนา
ภาคิน: หายไปไหน?
ฉันเม้มปาก
“ฉันไม่เห็น”
“หรือเห็นแล้วไม่ตอบ?”
“ฉันไม่ได้ว่างเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลานะ”
“แต่ตอนนี้ตอบเร็วดี”
“ก็ตอนนี้นายมายืนกวนอยู่ตรงหน้า!”
ภาคินหัวเราะ
“งั้นเย็นนี้ไปห้องสมุดกัน”
“ฉันบอกว่าไม่ว่าง”
“เธอมีนัดกับใคร?”
“ไม่มี”
“งั้นก็ว่าง”
“นี่นายเป็นอะไรกับคำว่าไม่ว่างของฉัน?”
“ฉันแค่ช่วยแปลให้ชัดเจน”
ฉันจ้องเขาอย่างหงุดหงิด
“ฉันจะไปห้องสมุดก็ได้ แต่เราต้องทำงานเท่านั้น ห้ามชวนคุยเรื่องไร้สาระ”
“ตกลง”
“แล้วก็ห้ามมาสาย”
“ฉันไม่เคยสาย”
“เมื่อเช้านายมาหลังฉันตั้งสิบห้านาที”
“ฉันมาถึงก่อนเธอด้วยซ้ำ”
“แต่ฉันเห็นนายเดินเข้าห้องทีหลัง”
“เพราะฉันไปส่งงานครู”
ฉันเงียบไป
“อ๋อ…”
ภาคินยิ้ม
“เธอคิดถึงฉันด้วยเหรอ ถึงได้สังเกตว่าฉันเข้าห้องตอนไหน?”
“ใครคิดถึงนาย!”
“ก็เห็นรู้ละเอียดดี”
“ฉันแค่บังเอิญเห็น!”
“ครับ ๆ บังเอิญ”
ฉันอยากเอาหนังสือฟาดเขาสักที
หลังเลิกเรียน ฉันเดินไปห้องสมุดตามนัด
ภาคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างแล้ว บนโต๊ะมีหนังสือหลายเล่มวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
ฉันหยุดมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
เวลาตั้งใจทำงาน เขาดูแตกต่างจากตอนที่ชอบกวนประสาทฉันมาก
ใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้กลับดูจริงจังจนฉันเผลอมองนานเกินไป
“ถ้าจะยืนมองอีกนาน ฉันคิดค่าชมได้นะ”
ฉันสะดุ้ง
“ใครมองนาย?”
“ก็เธอ”
“ฉันมองหนังสือต่างหาก”
“หนังสืออยู่บนโต๊ะ ไม่ได้อยู่บนหน้าฉัน”
“เลิกพูดมากแล้วเริ่มงานได้แล้ว”
ฉันวางกระเป๋าลงตรงข้ามเขา
ภาคินเลื่อนกระดาษมาให้
“ฉันคิดหัวข้อไว้สามหัวข้อ เธอลองเลือกดู”
ฉันก้มอ่านอย่างตั้งใจ
เขาเตรียมข้อมูลมาเยอะกว่าที่คิด ทั้งหัวข้อหลัก แหล่งอ้างอิง และแนวทางการนำเสนอ
“นายทำมาทั้งหมดแล้วเหรอ?”
“แค่เตรียมไว้ก่อน”
“แล้วทำไมไม่บอก?”
“เธอไม่ตอบไลน์ฉัน”
ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอโทษก็ได้”
ภาคินเงยหน้าขึ้น
“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่าขอโทษ”
“ขออัดเสียงไว้ได้ไหม? ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากเธอง่าย ๆ”
“ถ้านายยังพูดมาก ฉันจะถอนคำขอโทษ”
“โอเค ไม่พูดแล้วครับ”
เรานั่งทำงานกันเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่
ฉันเพิ่งรู้ว่าภาคินเป็นคนละเอียดมาก เขาตรวจทุกประโยคและคอยถามความคิดเห็นของฉันตลอด ไม่ได้เอาแต่ตัดสินใจเองอย่างที่ฉันคิด
“ตรงนี้ใช้คำว่า ‘ส่งผลกระทบ’ น่าจะดีกว่า”
ฉันชี้ไปที่กระดาษ
“จริงด้วย”
“เธอเก่งภาษาไทยนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ชมหน่อยเดียวทำเป็นได้ใจ”
“ก็ฉันเก่งจริง”
“ครับ คนเก่ง”
คำพูดธรรมดา ๆ ของเขากลับทำให้หัวใจฉันเต้นแปลก ๆ
ฉันรีบก้มหน้าลงทำงานต่อ เพื่อไม่ให้เขาเห็นว่าตัวเองกำลังหน้าแดง
“เป็นอะไร?”
“เปล่า”
“หน้าแดง”
“ห้องสมุดมันร้อน”
ภาคินหันไปมองเครื่องปรับอากาศ
“แอร์เย็นจนฉันจะหนาวแล้วนะ”
“ฉันเป็นคนขี้ร้อน!”
“อ๋อ ขี้ร้อนเวลาอยู่ใกล้ฉัน?”
ฉันเงยหน้าขึ้นทันที
“ภาคิน!”
เขาหัวเราะจนไหล่สั่น
“ล้อเล่นน่า”
“นายมันน่ารำคาญจริง ๆ”
“แต่เธอก็ยังมาทำงานกับฉัน”
ฉันเถียงไม่ออก
เวลาผ่านไปจนเกือบหกโมงเย็น
ฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เสียงฝนกระทบกระจกดังสม่ำเสมอ
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างกังวล
“เธอไม่ได้เอาร่มมาเหรอ?”
“ไม่ได้คิดว่าฝนจะตก”
ภาคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
“ฉันก็ไม่ได้เอามา”
“งั้นก็รอให้ฝนหยุด”
“ถ้าฝนไม่หยุดล่ะ?”
“ก็รอจนหยุด”
“เธอจะกลับบ้านกี่โมง?”
“ไม่รู้”
ภาคินมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นเก็บของ
“ไปกัน”
“ไปไหน?”
“ไปซื้อร่ม”
“ฉันไม่ไป”
“ทำไม?”
“ฉันไม่อยากติดฝนกับนาย”
“ฉันไม่ได้ชวนไปเดต แค่ไปซื้อร่ม”
“ฉันรู้!”
“งั้นก็ไป”
เขาหยิบกระเป๋าของฉันขึ้นมาถือหน้าตาเฉย
“เฮ้ย! เอากระเป๋าฉันคืนมา”
“เดินตามมาแล้วจะคืน”
“นายขี้โกง!”
“ขอบคุณที่ชม”
ฉันจำใจเดินตามเขาออกจากห้องสมุด
ระหว่างทางไปหน้าโรงเรียน ฝนยังคงตกหนักจนพื้นเปียกไปหมด ภาคินกางแขนบังละอองฝนให้ฉันโดยไม่พูดอะไร
ฉันแอบมองเขา
“นายไม่ต้องบังก็ได้”
“เธอถือหนังสืออยู่ เดี๋ยวเปียก”
“แล้วนายล่ะ?”
“ฉันไม่เป็นไร”
เสื้อด้านหนึ่งของเขาเปียกจนเห็นรอยน้ำชัดเจน
ฉันรู้สึกแปลก ๆ ในอก
ผู้ชายคนนี้…
บางทีก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
“ถึงแล้ว”
ภาคินหยุดหน้าร้านขายของเล็ก ๆ ข้างโรงเรียน แล้วเลือกซื้อร่มคันหนึ่ง
“เอาไป”
เขายื่นร่มให้ฉัน
“แล้วนายล่ะ?”
“ฉันวิ่งกลับได้”
“ฝนตกหนักขนาดนี้เนี่ยนะ?”
“บ้านฉันอยู่ไม่ไกล”
“งั้นเราใช้ร่มคันเดียวกันก็ได้”
คำพูดหลุดออกไปโดยไม่ทันคิด
ภาคินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนยิ้ม
“เธอชวนฉันเหรอ?”
“ฉันแค่ไม่อยากให้นายเป็นหวัดเพราะงานกลุ่ม”
“เป็นห่วงฉันก็บอกมาเถอะ”
“ไม่ได้เป็นห่วง!”
“ครับ ๆ ไม่เป็นห่วง”
เขากางร่ม แล้วเดินเข้ามายืนข้างฉัน
ร่มคันเล็กทำให้เราต้องเดินใกล้กันกว่าปกติ ไหล่ของเราสัมผัสกันเป็นครั้งคราวจนฉันต้องพยายามทำเป็นไม่รู้สึกอะไร
แต่ยิ่งพยายามไม่สนใจ หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น
“มีนา”
“อะไร?”
“เธอเงียบผิดปกติ”
“ฉันกำลังคิดงาน”
“คิดงานหรือคิดเรื่องฉัน?”
“ภาคิน!”
เขาหัวเราะอีกแล้ว
ฉันหันหน้าหนี แต่กลับเห็นเงาของเราสองคนสะท้อนอยู่บนพื้นเปียก
ภาพนั้นทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
ทั้งที่เมื่อวานฉันยังคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ารำคาญที่สุดอยู่เลย
แต่วันนี้…
ฉันกลับไม่อยากให้ทางกลับบ้านสั้นลงเลย
คืนนั้น หลังจากกลับถึงบ้าน ฉันเปิดโทรศัพท์ดู
มีข้อความจากภาคินส่งมา
ภาคิน: ถึงบ้านแล้วบอกด้วย
ภาคิน: แล้วอย่าลืมแก้ส่วนสรุปนะ
ภาคิน: ฝันดี คู่หู
ฉันจ้องข้อความสุดท้ายอยู่นาน
ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
มีนา: ถึงแล้ว
มีนา: นายก็อย่าลืมเช็กข้อมูลพรุ่งนี้
มีนา: ฝันดีเหมือนกัน
ฉันกำลังจะวางโทรศัพท์ แต่ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
ภาคิน: วันนี้เธอน่ารักดี
หัวใจฉันกระตุกวูบ
ฉันพิมพ์ตอบกลับไปทันที
มีนา: นายตาฝาดแล้ว
ภาคิน: งั้นพรุ่งนี้ฉันจะมองให้ชัดกว่านี้
ฉันรีบปิดหน้าจอ แล้วเอาหมอนปิดหน้า
ทำไมแค่ข้อความไม่กี่คำถึงทำให้ฉันใจเต้นได้ขนาดนี้นะ?
หรือว่า…
ฉันกำลังจะเปลี่ยนใจจริง ๆ?
ไม่สิ!
ฉันยังไม่ชอบเขาแน่นอน
แค่รู้สึกว่าเขาไม่ได้แย่เท่าเดิมก็เท่านั้นเอง
แต่ลึก ๆ ในใจ ฉันกลับรู้ดีว่า…
ตั้งแต่วันที่มีร่มคันนั้น หัวใจของฉันก็เริ่มมีภาคินเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรมีใครอยู่แล้ว
ความคิดเห็น
0